6 ต.ค. 2569
คดีที่ พงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล อดีตผู้สมัคร ส.ว. และ ส.ว.สำรอง ยื่นฟ้องเลขาธิการ กกต. ประธาน กกต. และกรรมการ กกต. รวม 8 ราย กำลังเกิดประเด็นกฎหมายซ้อนขึ้นมาอีกชั้นเมื่อศาลจังหวัดนนทบุรีต้องชะลอการพิจารณา เพื่อรอคำวินิจฉัยว่า คดีลักษณะนี้แท้จริงอยู่ในอำนาจของศาลใดขณะที่อีกประเด็นที่ถูกจับตาหนัก คือข้อกล่าวหาต่อ ณรงค์ รักร้อย และ อนันต์ สุวรรณรัตน์ เพราะเมื่อย้อนดูไทม์ไลน์ พบว่าในวันที่มีการเลือก ส.ว.ระดับประเทศเมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ทั้งสองคนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งจึงเกิดคำถามทางกฎหมายตามมาว่า การระบุว่าทั้งสองกระทำผิดในเหตุการณ์ช่วงดังกล่าว มีข้อเท็จจริงรองรับเพียงใด และอาจนำไปสู่ประเด็นเรื่อง “ฟ้องเท็จ” หรือไม่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีคำพิพากษาว่าผู้ฟ้องกระทำผิดฐานฟ้องเท็จแต่อย่างใด
⚖️ ศาลนนทบุรีชะลอคดี รอชี้ “ใครมีอำนาจพิจารณา”เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อ 1018/2569โดยมี พงศกรณ์ เป็นโจทก์ ฟ้อง* แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.* ประธาน กกต.* และกรรมการ กกต.รวมทั้งหมด 8 รายเนื้อหาคำฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ กรณีการดำเนินการต่อคำร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 ซึ่งโจทก์อ้างว่ามีกระบวนการฮั้วหรือการเลือกที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมพร้อมเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในอัตรา วันละ 5,000 บาทต่อคน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
🚨 ถอนฟ้อง “สิทธิโชติ-ชาย” เหลือ กกต.รายอื่นสู้คดีระหว่างกระบวนการ โจทก์ได้ยื่นถอนฟ้องจำเลยที่ 4 และ 5 คือสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และ ชาย นครชัยซึ่งเป็นกรรมการ กกต.ที่มีความเห็นในบางประเด็นแตกต่างจากเสียงข้างมากในคดีฮั้ว สว.ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีในส่วนของทั้งสองคนออกจากสารบบความแต่จำเลยรายอื่นเดินหน้าต่อสู้ โดยมีการยื่นคำร้องให้ศาลวินิจฉัยเรื่อง เขตอำนาจศาลเพราะเห็นว่า คดีดังกล่าวอาจไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ต้น
🔥 ปมใหญ่! ฟ้อง กกต. ต้องไปศาลไหน?ฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่า หากข้อกล่าวหาพุ่งไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระคดีอาจอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรืออาจเกี่ยวข้องกับเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจึงมีการส่งประเด็นให้ ประธานศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบศาลจังหวัดนนทบุรีจึงมีคำสั่งให้รอคำวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวก่อนพร้อมจำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราวและนัดฟังผลคำวินิจฉัยในวันที่ 15 ก.พ. 2570 เวลา 09.00 น.
⚡ มีแนววินิจฉัยเดิม ชี้คดี กกต.อาจต้องขึ้น “ศาลฎีกา”จุดที่ทำให้คดีนี้น่าสนใจมากขึ้น คือมีการหยิบแนวคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนหน้า มาเปรียบเทียบกรณีนั้นเกี่ยวข้องกับการฟ้องประธาน กกต. กรรมการ กกต. และเลขาธิการ กกต. จากข้อพิพาทเรื่องการพิมพ์ QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้งแนววินิจฉัยดังกล่าวระบุในสาระสำคัญว่า คดีลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแต่เป็นอำนาจของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหากแนวเดียวกันถูกนำมาใช้กับคดีของพงศกรณ์ ย่อมเกิดคำถามทันทีว่าการยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ต้นถูกช่องทางหรือไม่
🚨 ปมหนัก “ณรงค์-อนันต์” ยังไม่เป็น กกต.วันเลือก ส.ว.อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้เรื่องเขตอำนาจศาล คือการฟ้องณรงค์ รักร้อยและอนันต์ สุวรรณรัตน์ซึ่งถูกระบุเป็นจำเลยในคดีนี้เพราะเหตุการณ์เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567แต่ทั้งสองได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้งในภายหลังโดยมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568ประกอบด้วย1. ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน กกต.2. อนันต์ สุวรรณรัตน์ เป็นกรรมการ กกต.3. ณรงค์ รักร้อย เป็นกรรมการ กกต.จึงเกิดข้อสงสัยสำคัญว่า หากคำฟ้องกล่าวหาว่าบุคคลทั้งสองกระทำผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเลือก ส.ว.ระดับประเทศปี 2567แต่ในวันดังกล่าวบุคคลทั้งสอง ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่ง กกต.ข้อกล่าวหาส่วนนี้จะมีน้ำหนักทางกฎหมายเพียงใด
💥 เสี่ยงถึง “ฟ้องเท็จ” หรือไม่?จากข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลา จึงมีการตั้งข้อสังเกตทางกฎหมายว่า หากมีการนำข้อความที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงไปกล่าวหาบุคคลต่อศาลว่าได้กระทำความผิดอาญาอาจเกี่ยวข้องกับความผิดฐาน ฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175ซึ่งกำหนดความผิดสำหรับผู้ที่นำความอันเป็นเท็จไปฟ้องบุคคลอื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือกระทำผิดร้ายแรงกว่าความจริงมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาทแต่ต้องย้ำว่า การจะเข้าข่ายความผิดฐานฟ้องเท็จหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาทั้งเนื้อหาคำฟ้อง ข้อเท็จจริง และเจตนาของผู้ฟ้องจึงไม่สามารถสรุปได้จากความคลาดเคลื่อนของวันเวลาเพียงอย่างเดียว
🔎 คดี “นาฬิกาหรู” ถูกยกมาเทียบยังมีการยกกรณีที่ วีระ สมความคิด เคยฟ้องเจ้าหน้าที่และกรรมการ ป.ป.ช. รวม 12 คน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณโดยคดีดังกล่าว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569อดีตกรรมการ ป.ป.ช.บางรายถูกพิพากษาลงโทษ ขณะที่จำเลยอีกหลายรายถูกยกฟ้องกรณีนี้ถูกนำมาเปรียบเทียบเพื่อสะท้อนว่าการฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐหรือกรรมการองค์กรอิสระหลายคนพร้อมกันนั้น ศาลจะพิจารณาการกระทำและบทบาทของ แต่ละบุคคลแยกจากกันไม่สามารถเหมารวมความรับผิดได้ทั้งหมด
⚔️ คดีเดียว แตกเป็น 2 แนวรบจากเดิมที่เป็นคดีร้องเอาผิด กกต.จากปมการเลือก ส.ว.วันนี้กลับแตกออกเป็นอย่างน้อย 2 แนวรบใหญ่แนวรบแรก คือศาลจังหวัดนนทบุรีมีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณาหรือไม่และแนวรบที่สอง คือข้อกล่าวหาที่พาดพิง กกต.บางราย สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเรื่องช่วงเวลาดำรงตำแหน่งหรือไม่หากประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีต้องดำเนินการในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองย่อมกระทบต่อเส้นทางคดีเดิมอย่างมีนัยสำคัญขณะเดียวกัน หากข้อเท็จจริงเรื่องวันเข้ารับตำแหน่งของ “ณรงค์-อนันต์” ไม่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา ก็อาจกลายเป็นอีกประเด็นที่ฝ่ายจำเลยหยิบขึ้นมาต่อสู้เต็มรูปแบบ
🔥 จาก “ฟ้อง กกต.” อาจกลายเป็นผู้ฟ้องถูกตรวจสอบกลับเกมกฎหมายครั้งนี้จึงเริ่มพลิกมุมอย่างน่าสนใจจากเดิม ส.ว.สำรองเป็นฝ่ายยื่นฟ้อง กกต.วันนี้กลับต้องเผชิญคำถามว่าฟ้องถูกศาลหรือไม่กล่าวหาถูกตัวหรือไม่และที่สำคัญ—บุคคลที่ถูกกล่าวหาบางรายดำรงตำแหน่งในช่วงเกิดเหตุจริงหรือไม่คดีจึงไม่ได้มีเดิมพันเพียงว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่แต่กำลังลามไปถึงความถูกต้องของ “ตัวคำฟ้อง” เองหลังจากนี้ต้องจับตาคำวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลอย่างใกล้ชิดเพราะอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าคดีนี้จะเดินหน้าต่อในศาลใดและสุดท้าย—จากผู้ฟ้อง กกต. จะมีใครต้องกลับมาเผชิญกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายเสียเองหรือไม่!
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: MATICHON ONLINE
#สว.สำรอง #พงศกรณ์ #กกต. #ณรงค์ รักร้อย #อนันต์ สุวรรณรัตน์ #แสวง บุญมี #ศาลฎีกา #ศาลอุทธรณ์ #คดีฮั้วสว. #ฟ้องเท็จ #เลือกสว. #การเมือง #วิหคนิวส์ #MATICHON ONLINE
