ข่าวประจำวัน » ศึกย้อนศร “ฮั้ว ส.ว.”!

ศึกย้อนศร “ฮั้ว ส.ว.”!

5 October 2026
5   0

5 สว.สีน้ำเงิน ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “สิทธิโชติ” ปมเปิดสำนวน-มติลับ กกต. จับตาศึก “เสียงข้างน้อย” ถูกเอาคืน?

5 ต.ค. 2569

คดี “ฮั้วเลือก ส.ว.” เปิดสมรภูมิใหม่อีกครั้ง!

คราวนี้ไม่ได้เป็นการร้องเอาผิดกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีเลือก ส.ว.

แต่เป้าหมายกลับพุ่งตรงไปยัง

“สิทธิโชติ อินทรวิเศษ”

กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็น “เสียงข้างน้อย” ในการพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว.

หลังกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “5 สว.สีน้ำเงิน” นำโดย กอบ อัจนากิตติ เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนว่า การออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุม มติ และพยานหลักฐานในคดีฮั้ว ส.ว. เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

จากเดิมที่ “สิทธิโชติ” เป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเปิดมุมมองแตกต่างจากเสียงข้างมากของ กกต.

วันนี้กลับกลายเป็นว่า

คนเปิดข้อมูลคดี กำลังถูกเปิดเกมตรวจสอบเสียเอง

⸻

🚨 5 สว.บุก ป.ป.ช. จี้สอบ “สิทธิโชติ”

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. กลุ่ม สว.รวม 5 คน ได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบนายสิทธิโชติ

โดยผู้ร้องกล่าวหาว่า การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว. อาจเข้าข่าย

ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

และอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

พร้อมอ้างอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235 เพื่อให้ ป.ป.ช.เข้าไต่สวนข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องย้ำให้ชัดว่า

ทั้งหมดยังเป็น “ข้อกล่าวหาในคำร้อง”

ยังไม่มีคำวินิจฉัยว่า สิทธิโชติได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

⸻

⚡ โดนอะไรบ้าง? ตั้งแต่คะแนนโหวตยันเส้นทางเงิน

เนื้อหาในคำร้องตั้งข้อสังเกตว่า สิทธิโชติได้เปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับคดีหลายเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็น

คะแนนการลงมติของ กกต.

การระบุว่าใครอยู่ฝ่ายเสียงข้างน้อย

เหตุผลประกอบความเห็นของเสียงข้างน้อย

การประเมินน้ำหนักพยาน

ขอบเขตการสืบสวน

รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ

“เส้นทางการเงิน”

ผู้ร้องจึงต้องการให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า ข้อมูลที่เปิดเผยนั้นเป็นข้อมูลที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เพียงใด

ได้รับมอบหมายหรือได้รับอนุญาตจาก กกต.หรือไม่

และตรงกับบันทึกการประชุม สำนวน และมติทางการของ กกต.หรือไม่

⸻

🔥 จุดเริ่มจากคำสัมภาษณ์หลังมติ กกต.

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกหยิบมาเป็นประเด็น คือหลังการพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว.ของ กกต.

วันที่ 15 กันยายน 2569 สิทธิโชติได้ให้สัมภาษณ์ในฐานะ กกต.เสียงข้างน้อย

โดยเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนของการลงมติ รวมถึงคะแนนในบางประเด็น และยืนยันว่าเขากับกรรมการอีกคนอยู่ในฝ่ายเสียงข้างน้อย

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกลายเป็นเรื่องใหญ่

เพราะทำให้สังคมมองเห็นว่า

ภายใน กกต.เองไม่ได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ต่อคดีฮั้ว ส.ว.

และนี่เองที่ทำให้ “ความเห็นของเสียงข้างน้อย” กลายเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ถูกนำไปถกเถียงอย่างกว้างขวาง

⸻

🧨 เวที 30 ก.ย. กลายเป็นหลักฐานเพิ่มในคำร้อง

เรื่องไม่ได้จบอยู่เพียงการสัมภาษณ์

วันที่ 30 กันยายน 2569 สิทธิโชติยังขึ้นเวทีเสวนาเรื่องคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งจัดโดยราชบัณฑิตยสภา

และมีการกล่าวถึงกระบวนการพิจารณาภายใน กกต. รวมถึงประเด็นเอกสารและข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI

ก่อนหน้านี้ กลุ่ม สว.ผู้ร้องถึงกับเลื่อนการยื่นคำร้องออกไป เพื่อเพิ่มเติมข้อมูลจากเวทีดังกล่าวเข้าไปในคำร้องด้วย

เท่ากับว่า

เวทีที่ถูกใช้เปิดข้อมูลคดี กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ถูกนำมาใช้ร้องเอาผิดผู้เปิดข้อมูล

⸻

⚖️ ฝ่ายผู้ร้องชู “ความลับ-ความเป็นธรรม”

เหตุผลสำคัญที่ฝ่ายผู้ร้องยกขึ้นมา คือ กรรมการองค์กรอิสระมีหน้าที่รักษาความลับของการประชุมและการพิจารณาวินิจฉัย

รวมถึงต้องปฏิบัติหน้าที่

อย่างเป็นอิสระ

เป็นกลาง

ปราศจากอคติ

และไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันหรือกระแสสังคม

ผู้ร้องจึงต้องการให้ตรวจสอบว่า การให้ข้อมูลของสิทธิโชติอาจส่งผลกระทบต่อ

ผู้ถูกร้องในคดี

กกต.เสียงข้างมาก

พยาน

หรือกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ฝ่ายผู้ร้องยังชี้ด้วยว่า

“การรักษาความลับ” ไม่ได้หมายความว่าผลประชุมทุกอย่างห้ามเปิดเผย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กรรมการแต่ละคนจะสามารถนำรายละเอียดภายในออกมาเปิดเผยได้อย่างไม่มีขอบเขต

เส้นแบ่งจึงอยู่ที่

กฎหมาย ระเบียบ และขอบเขตอำนาจในการเปิดเผยข้อมูล

⸻

🔥 แต่อีกด้านเกิดคำถาม “ร้องจริยธรรม หรือเกมปิดปาก?”

นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงในทางการเมือง

เพราะสิทธิโชติไม่ได้เป็นเพียง กกต.คนหนึ่ง

แต่เป็น กกต.เสียงข้างน้อย ในคดีที่กำลังสั่นสะเทือนโครงสร้างวุฒิสภา

และข้อมูลที่เขาเปิดเผยหลายเรื่องกลับถูกฝ่ายตรวจสอบนำไปใช้ตั้งคำถามกับมติของ กกต.เสียงข้างมาก

จึงเกิดคำถามตามมาว่า การยื่นร้องครั้งนี้อาจถูกมองเป็นความพยายาม

“ปิดปาก” กกต.เสียงข้างน้อยหรือไม่

แน่นอนว่า การตั้งคำถามดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่า 5 สว.มีเจตนาเช่นนั้น

แต่ในทางการเมือง

จังหวะเวลา

ตัวผู้ร้อง

และ ตัวผู้ถูกร้อง

ย่อมทำให้คำร้องครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ

⸻

🔵 จาก “ฮั้ว ส.ว.” สู่ศึก “สว.-กกต.”

ความน่าสนใจของสถานการณ์วันนี้คือ

คดีฮั้ว ส.ว.ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบว่า

ใครฮั้วกับใคร

ใครจัดตั้งใคร

หรือ

ใครอยู่เบื้องหลังการเลือก ส.ว.

อีกต่อไป

แต่กำลังแตกแขนงกลายเป็นสงครามทางกฎหมายหลายชั้น

ฝ่ายหนึ่งตรวจสอบ สว.

อีกฝ่ายตรวจสอบ กกต.

สว.สำรองยื่นศาล

ฝ่ายค้านกดดัน กกต.

ขณะที่ กกต.เสียงข้างน้อยก็ถูกยื่น ป.ป.ช.

จึงกลายเป็นสภาพที่

ทุกฝ่ายกำลังใช้ “องค์กรตรวจสอบ” ตรวจสอบกันเอง

⸻

🚨 จุดเดือดคือ “ประชาชนควรรู้อะไรได้แค่ไหน?”

นอกเหนือจากเกมการเมือง ยังมีปัญหาเชิงหลักการที่สำคัญมาก

คือ

ประชาชนมีสิทธิรู้เหตุผลของกรรมการองค์กรอิสระมากแค่ไหน?

หากกรรมการเสียงข้างน้อยไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดตัวเองจึงไม่เห็นด้วยกับมติเสียงข้างมาก

สังคมจะตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระได้อย่างไร?

แต่ในทางกลับกัน

หากกรรมการสามารถเปิดรายละเอียดพยาน หลักฐาน หรือข้อมูลในสำนวนที่ยังไม่ควรเปิดเผยได้อย่างเสรี

ก็อาจสร้างความเสียหายต่อคู่กรณีหรือกระบวนการพิจารณาได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น ประเด็นใหญ่ของคดีนี้จึงไม่ใช่แค่

“สิทธิโชติผิดหรือไม่”

แต่ยังรวมถึงคำถามว่า

เส้นแบ่งระหว่าง “ความโปร่งใส” กับ “ความลับของกระบวนการพิจารณา” อยู่ตรงไหน?

⸻

💥 ศึกนี้อาจย้อนกระแทกคดีฮั้ว ส.ว.

หาก ป.ป.ช.รับเรื่องและเดินหน้าไต่สวนอย่างเต็มรูปแบบ

สิ่งที่อาจต้องถูกเรียกมาตรวจสอบก็คือ

บันทึกการประชุม กกต.

มติฉบับทางการ

พยานหลักฐานในสำนวน

ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงิน

ตลอดจนคำสัมภาษณ์และคำพูดของสิทธิโชติ

นั่นหมายความว่า

การร้องเพื่อสอบว่า “สิทธิโชติเปิดเผยความลับหรือไม่”

อาจทำให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว.ถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง

กลายเป็นว่า

เกมที่ตั้งใจตรวจสอบ “คนเปิดสำนวน” อาจย้อนกลับไปเปิด “ตัวสำนวน” มากขึ้นกว่าเดิมก็ได้

⸻

🔥 จากเสียงข้างน้อย สู่ผู้ถูกร้อง

ภาพวันนี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง

เมื่อ กกต.เสียงข้างน้อยที่เคยออกมาอธิบายว่า เหตุใดเขาจึงลงมติแตกต่างจากเสียงข้างมาก

กลับถูกกลุ่ม สว.ที่ถูกเรียกว่า “สีน้ำเงิน” ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ

ฝ่ายผู้ร้องยืนยันว่า

ต้องรักษากติกาและความลับขององค์กร

แต่อีกฝ่ายก็ตั้งคำถามว่า

กำลังใช้ “จริยธรรม” เป็นเครื่องมือหยุดคนที่เปิดข้อมูลหรือไม่

คำตอบสุดท้ายต้องรอการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

แต่สิ่งที่เห็นชัดแล้วในวันนี้คือ

คดีฮั้ว ส.ว.ไม่ได้กำลังสงบลง

ตรงกันข้าม—

มันกำลังเปิด “แนวรบใหม่” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากการตรวจสอบผู้สมัคร

ลามถึง สว.

จาก สว.ไปถึง กกต.

และล่าสุด

🔥 ศึกฮั้ว ส.ว.กำลังกลายเป็น “สงครามตรวจสอบคนตรวจสอบ” อย่างเต็มรูปแบบ!

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: Khaosod

#สว.สีน้ำเงิน #สิทธิโชติ #กกต #ปปช #ฮั้วสว. #คดีฮั้วสว. #พ.ต.ท.กอบ อัจนากิตติ #สว. #จริยธรรม #องค์กรอิสระ #การเมือง #วิหคนิวส์ #Khaosod