วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายอามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของ ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) บริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองฉุกเฉินว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ถูกเก็บไว้เพื่อรองรับภาวะช็อกจากสถานการณ์ด้านอุปทานกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ในระดับที่เบาบาง
นายอามินระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาดน้ำมันดิบ และอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง หาก ช่องแคบฮอร์มุส ไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ
ปล่อยน้ำมันสำรองช่วยซื้อเวลา แต่ไม่แก้ปัญหาสมดุลตลาด
ซีอีโอ Saudi Aramco ระบุว่า การนำสต็อกน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาใช้สามารถช่วยซื้อเวลาให้กับเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
แต่การระบายสต็อกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลระหว่าง ปริมาณน้ำมันกับการบริโภค ได้
แม้ช่องแคบฮอร์มุสจะกลับมาเปิดอีกครั้ง นายอามินระบุว่า ประเทศผู้บริโภคพลังงานอาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ในการเติมน้ำมันสำรองฉุกเฉินของตัวเองกลับเข้าสู่ระดับเดิม
G7 เตรียมปล่อยน้ำมันสำรอง 100 ล้านบาร์เรล
การเปิดเผยของซีอีโอ Saudi Aramco มีขึ้นก่อนที่กลุ่ม G7 จะมีมติปล่อยน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลสำรองฉุกเฉินรวมกัน 100 ล้านบาร์เรล ภายใน 4 เดือนข้างหน้า
ตามข้อมูลที่มีการรายงาน การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อฝรั่งเศสและเยอรมนี ให้เร่งปล่อยน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลสำรองเข้าสู่ตลาดโลก ตามที่เคยรับปากไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ราคาดีเซลที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดพลังงานโลกจับตาทั้งระดับน้ำมันสำรองฉุกเฉิน ความต่อเนื่องของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุส และความสามารถของประเทศต่าง ๆ ในการเติมคลังสำรองกลับคืน หลังนำออกมาใช้รับมือกับภาวะตึงตัวของตลาด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: BTimes / คำให้สัมภาษณ์ของนายอามิน นาสเซอร์ ซีอีโอ Saudi Aramco
#น้ำมันดิบ #น้ำมันสำรอง #ซาอุดีอาระเบีย #SaudiAramco #ช่องแคบฮอร์มุส #G7 #วิกฤตพลังงาน #ราคาน้ำมัน #ดีเซล #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #วิหคนิวส์
