4 ต.ค. 2569
🚨 มรสุม “น้ำท่วม” กำลังถาโถมใส่รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล อย่างหนัก ไม่ใช่เพียงวิกฤตภัยพิบัติ แต่ยังลามกลายเป็น วิกฤตความเชื่อมั่นทางการเมือง ที่กดดันรัฐบาลสีน้ำเงินรอบด้าน
แม้นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่พบประชาชน สั่งการแก้ปัญหา และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ภาพความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย บวกกับเสียงวิจารณ์เรื่องการบริหารจัดการน้ำ กลับกลายเป็นแรงกระแทกสำคัญต่อคะแนนนิยมรัฐบาล
📉 ยิ่งเมื่อประกบกับผลสำรวจทางการเมืองที่สะท้อนคะแนนนิยมของนายกฯ และรัฐบาลลดลง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ยังถูกพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยกดดันในสนามความนิยม ทำให้สถานการณ์ของรัฐบาลเข้าสู่ช่วงที่ประมาทไม่ได้
🔥 ก่อนหน้านี้จึงมีการจับตาสูตร “ปรับ ครม.กู้เรตติ้ง”
หนึ่งในทางเลือกที่ถูกพูดถึง คือการดึงบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทีม พร้อมเปิดประตูให้ พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเติมเสียงในสภาและเตรียมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.
โดยเฉพาะหากเกิดสถานการณ์ที่ พรรคเพื่อไทย ถอนตัวหรือขยับเกมการเมือง พรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญทันที
⚡ ฝั่ง ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ส่งสัญญาณทางการเมืองต่อเนื่อง
ล่าสุดออกมาติติงการทำงานของกรมชลประทานในการรับมือน้ำท่วม ขณะที่ ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม พุ่งเป้าโจมตี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยโยงถึงปัญหาการโยกย้ายข้าราชการและประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ
💥 จังหวะดังกล่าวถูกจับตาว่าอาจไม่ใช่เพียงการวิจารณ์ผลงาน แต่ยังสะท้อนเกมช่วงชิงพื้นที่ทางการเมืองและกระทรวงสำคัญ หากมีการปรับ ครม.เกิดขึ้นจริง
แต่ปัญหาใหญ่คือ เวลานี้ประชาชนทั่วประเทศกำลังดิ้นรนกับน้ำท่วม
🔥 หากรัฐบาลเปิดศึกแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในจังหวะนี้ มีโอกาสสูงที่จะถูกกระแสสังคมถล่มซ้ำว่า มัวแต่แบ่งอำนาจ ขณะที่ชาวบ้านยังจมน้ำ
“อนุทิน” จึงรีบเหยียบเบรกกระแสปรับ ครม.ทันที พร้อมยืนยันชัดว่า
“ไม่คิดเรื่องดังกล่าว และขอจัดการสถานการณ์น้ำท่วมให้เรียบร้อยก่อน”
🚨 นั่นหมายความว่า กระแสปรับ ครม.ทั้งก่อนและหลังศึกซักฟอก อาจต้องถูกพักออกไปก่อน
และคนที่ต้อง “รอ” หนักที่สุด คือ พรรคกล้าธรรม
📌 หากรัฐบาลยังประคองตัวได้ พรรคกล้าธรรมอาจต้องรออย่างน้อยจนรัฐบาลครบ 1 ปี ในเดือนเมษายน 2570 หรือหนักกว่านั้นอาจต้องรอไปจนใกล้ครบวาระ
เพราะตราบใดที่เรตติ้งของ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ยังไม่ฟื้น การดึง “พรรคเขียว” เข้ามาร่วมแบกภาระรัฐบาลในช่วงวิกฤต อาจไม่ได้เพิ่มคะแนนนิยม แต่กลับเพิ่มแรงเสียดทานเสียมากกว่า
💣 ที่สำคัญ การปรับ ครม.ไม่ใช่เรื่องง่าย
ทุกครั้งที่เปิดเก้าอี้ใหม่ ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะภายในพรรคภูมิใจไทยเองที่มีคนรอคิวตำแหน่งอยู่จำนวนไม่น้อย
หากบริหารไม่ดี จากที่ต้องการ “กู้รัฐบาล” อาจกลายเป็น เปิดแผลแตกภายในพรรคตัวเอง
🔥 ยิ่งหากฝ่ายอำนาจยังประเมินว่า รัฐบาลสามารถประคองสถานการณ์ต่อไปได้ และยังมีแรงสนับสนุนเพียงพอ ก็แทบไม่มีเหตุผลต้องรีบเปิดประตูรับพรรคใหม่ในเวลานี้
ส่วนการรักษาความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม ยังสามารถใช้วิธีอื่นได้อีกหลายทาง โดยไม่จำเป็นต้องรีบแจกเก้าอี้รัฐมนตรี ขณะที่รัฐบาลยังเผชิญศึกน้ำท่วมและคะแนนนิยมตกต่ำ
🌊 เกมปรับ ครม.จึงต้องถูกพักไว้ก่อน
เพราะเวลานี้ “อนุทิน” ไม่ได้มีโจทย์แค่ประคองเสียงในสภา
แต่ต้องเร่ง พารัฐบาลโผล่พ้นน้ำ กู้ความเชื่อมั่น และหยุดเรตติ้งไหล
ก่อนที่มรสุมการเมืองจะซัดรัฐบาลสีน้ำเงินจนตั้งหลักไม่ทัน
🔥 น้ำยังไม่ลด–คะแนนยังไม่ฟื้น เกมแบ่งเก้าอี้จึงต้องเบรก พรรคกล้าธรรมต้องรอไปก่อน!
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เดลินิวส์
#นายกฯ #อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #พรรคสีน้ำเงิน #ธรรมนัส #พรรคกล้าธรรม #พรรคเพื่อไทย #ปรับครม #รัฐบาล #พรรคร่วมรัฐบาล #น้ำท่วม #การเมือง #วิหคนิวส์ #เดลินิวส์
