รศ.นนทชัย ทองแป้น เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับทิศทางและพัฒนาการของ มหาวิทยาลัยรังสิต ภายหลังมหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับใน Times Higher Education World University Rankings 2027 โดยระบุว่า การเข้าสู่การจัดอันดับโลกไม่ใช่จุดเริ่มต้นของคุณภาพมหาวิทยาลัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ศักยภาพที่สั่งสมมาได้รับการมองเห็นในระดับนานาชาติ
รศ.นนทชัยระบุว่า มหาวิทยาลัยรังสิตได้สร้าง พัฒนา และสั่งสมคุณภาพมาเป็นเวลากว่า 40 ปี และที่ผ่านมาอาจไม่ได้แสดงตัวตนและศักยภาพออกสู่โลกภายนอกอย่างชัดเจนเท่าที่ควร
จากรากฐาน “ประสิทธิ์ อุไรรัตน์” สู่การพัฒนาต่อเนื่อง
รศ.นนทชัยกล่าวถึงรากฐานของมหาวิทยาลัยว่า ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง คุณพ่อประสิทธิ์ อุไรรัตน์ ได้วางรากฐานมหาวิทยาลัยด้วยวิสัยทัศน์และการลงทุนในศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรสูง ทั้งแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ
ตามมุมมองของ รศ.นนทชัย แนวคิดดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างสถานศึกษา แต่เป็นการสร้างสถาบันทางปัญญาที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับประเทศในระยะยาว
จากนั้นในยุคของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยได้รับการขับเคลื่อนต่อเนื่อง ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี การแพทย์ นวัตกรรม ความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนต่าง ๆ
ชูบุคลากร–งานวิจัย–นวัตกรรม เป็นทุนสำคัญ
รศ.นนทชัยระบุว่า ตลอดกว่า 4 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยรังสิตไม่เคยหยุดสร้าง ลงทุน และพัฒนาคุณภาพของตนเอง โดยปัจจุบันมีคณาจารย์ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรจากหลากหลายศาสตร์ รวมถึงห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกล่าวถึงจุดแข็งที่มองว่าเป็น “DNA” ของมหาวิทยาลัยรังสิต ได้แก่ ความคล่องตัว ความกล้าคิดนอกกรอบ ความกล้าตัดสินใจ ความทันสมัย และความพร้อมในการปรับเปลี่ยนตัวเอง
THE 2027 ถูกมองเป็น “จุดเริ่มต้น”
รศ.นนทชัยระบุว่า การได้รับการจัดอันดับโลกไม่ควรถูกมองเพียงเป็นตัวเลขหรืออันดับ แต่ควรเป็นผลสะท้อนจากคุณภาพและผลงานที่มหาวิทยาลัยสร้างขึ้นจริง
พร้อมเสนอว่า จากนี้มหาวิทยาลัยควรเปลี่ยนจากการสั่งสมคุณภาพภายใน ไปสู่การนำศักยภาพออกมาให้สังคมและนานาชาติได้รับรู้มากขึ้น ทั้งผลงานวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญของบุคลากร
🌏 เชื่อมคนเก่ง สร้างผลกระทบระดับประเทศและโลก
รศ.นนทชัยเสนอให้มหาวิทยาลัยเชื่อมโยงบุคลากรที่มีความสามารถจากหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศและสังคมโลกอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมระบุว่า เป้าหมายไม่ควรหยุดเพียงการรักษาชื่อมหาวิทยาลัยให้อยู่ในตารางการจัดอันดับโลก แต่ควรพัฒนาคุณภาพในทุกมิติและยกระดับอันดับอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ละทิ้งอัตลักษณ์และจุดแข็งที่สั่งสมมา
“มันสมองของประเทศ” และ “แหล่งภูมิปัญญาของชาติ”
รศ.นนทชัยระบุว่า เป้าหมายของมหาวิทยาลัยรังสิตไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทย แต่ควรมุ่งแสดงศักยภาพให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยรังสิตสามารถเป็นหนึ่งใน “มันสมองของประเทศ” และ “แหล่งภูมิปัญญาของชาติ” ในศาสตร์ที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญ
พร้อมกล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลิตบุคลากรที่ไม่ได้เพียงสำเร็จการศึกษาและมีงานทำ แต่ยังสามารถสร้างงาน สร้างโอกาส สร้างองค์ความรู้ และมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ
🔥 “เลิกเก่งอยู่เงียบ ๆ ได้แล้ว”
ช่วงท้าย รศ.นนทชัยระบุว่า มหาวิทยาลัยรังสิตมีศักยภาพที่จะก้าวไปได้ไกลกว่านี้ และถึงเวลาที่ต้องทำให้โลกมองเห็นคุณภาพ ผลงาน และคุณค่าของสิ่งที่มหาวิทยาลัยสร้างขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
พร้อมกล่าวว่า
“เลิกเก่งอยู่เงียบ ๆ ได้แล้วครับ!”
โดยอธิบายว่า ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดหรือแข่งขันเอาชนะใคร แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ศักยภาพที่มีอยู่สามารถสร้างคุณค่าในวงกว้าง และยกระดับมาตรฐานของมหาวิทยาลัยในทุกปี
รศ.นนทชัยทิ้งท้ายว่า กว่า 40 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรังสิตใช้เวลาในการสร้างคุณภาพ และเมื่อโลกเริ่มมองเห็นแล้ว จากนี้ต้องทำให้โลกมองเห็นคุณภาพ ผลงาน และศักยภาพของมหาวิทยาลัยชัดเจนยิ่งขึ้น
“มหาวิทยาลัยรังสิต — ถึงเวลาแล้วที่เราต้องก้าวออกจากความเงียบ และประกาศตัวตนบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ”
พร้อมปิดท้ายด้วยข้อความ
“Beyond Rankings. Beyond Boundaries. Beyond Expectations.”
“RANGSIT UNIVERSITY — OUR TIME TO BE SEEN.”
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รศ.นนทชัย ทองแป้น
#RangsitUniversity #RSU #THE2027 #WorldUniversityRankings #มหาวิทยาลัยรังสิต #นนทชัยทองแป้น #มันสมองของประเทศ #ภูมิปัญญาของชาติ #งานวิจัย #นวัตกรรม #วิชาการ #วิหคนิวส์
