สกู๊ปข่าว » 🚨🔥 เดือด! “พิชาย” เตือนแก้งบ Thai PBS เสี่ยงสั่นคลอนอิสระสื่อ หวั่นถอยจาก “สื่อสาธารณะ” สู่ระบบงบรัฐ

🚨🔥 เดือด! “พิชาย” เตือนแก้งบ Thai PBS เสี่ยงสั่นคลอนอิสระสื่อ หวั่นถอยจาก “สื่อสาธารณะ” สู่ระบบงบรัฐ

3 October 2026
16   0

💥 ปมแก้กฎหมาย Thai PBS ร้อนขึ้นอีก!

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีคณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA ออกมาแสดงความเห็นอย่างเข้มข้นต่อข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแหล่งรายได้ของ Thai PBS

โดยแสดงความกังวลว่า หากเปลี่ยนจากระบบเงินบำรุงที่มาจากภาษีสุราและยาสูบ ไปเป็น งบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจส่งผลต่อหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

ขณะนี้ข้อเสนอแก้ไขดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาและรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้

🔥 “พิชาย” ห่วงอิสระสื่อถูกกระทบ

รศ.ดร.พิชาย ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า หาก Thai PBS ต้องเข้าสู่ระบบของบประมาณรายปีเช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐทั่วไป ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสื่อกับฝ่ายที่มีอำนาจพิจารณางบประมาณย่อมเปลี่ยนไป

เขามองว่า ความเสี่ยงสำคัญคือแรงกดดันต่อกองบรรณาธิการ โดยเฉพาะการทำข่าวตรวจสอบรัฐบาล นักการเมือง หรือกลุ่มอำนาจต่าง ๆ

และอาจนำไปสู่ภาวะ “เซ็นเซอร์ตัวเอง” หรือ Self-censorship หากผู้ปฏิบัติงานกังวลว่าการนำเสนอข่าวบางเรื่องอาจกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณในอนาคต

⚡ จากงบตรง สู่ระบบงบประมาณประจำปี

ตามโครงสร้างปัจจุบัน Thai PBS มีรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ โดยกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายมีสาระสำคัญให้เปลี่ยนแหล่งรายได้จากระบบดังกล่าว มาเป็น งบประมาณรายจ่ายประจำปี

🚨 พิชายเตือนคอนเทนต์อาจเปลี่ยน

รศ.ดร.พิชายตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อแหล่งเงินเปลี่ยน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้จัดสรรงบประมาณกับองค์กรสื่อก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย

เขากังวลว่า พื้นที่ข่าวที่มุ่งนำเสนอปัญหาของประชาชน คนชายขอบ หรือประเด็นตรวจสอบอำนาจ อาจถูกลดความสำคัญลง

พร้อมใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบว่า หากสูญเสียความเป็นอิสระ Thai PBS อาจเสี่ยงถูกมองว่าเดินเข้าใกล้รูปแบบ “ทีวีของรัฐ” มากกว่าสื่อสาธารณะ

💥 หวั่นกระทบความเชื่อมั่นผู้ชม

อีกประเด็นที่ รศ.ดร.พิชายหยิบยก คือ ความน่าเชื่อถือ

เขามองว่า จุดแข็งสำคัญของ Thai PBS อยู่ที่ภาพลักษณ์ความเป็นสื่อสาธารณะที่ไม่ได้ดำเนินงานบนฐานโฆษณาเชิงพาณิชย์ และมีโครงสร้างรายได้ที่แยกออกจากกระบวนการงบประมาณประจำปี

หากประชาชนมองว่าองค์กรถูกผูกโยงเข้ากับรัฐบาลหรือการเมืองมากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและพฤติกรรมของผู้ชมในระยะยาว

⚠️ ห่วง “สมองไหล” คนทำสื่อคุณภาพ

รศ.ดร.พิชายยังแสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวอาจกระทบต่อบุคลากรด้านข่าว สารคดี และผู้ผลิตรายการอิสระ

โดยเฉพาะคนทำงานที่เลือกทำงานกับสื่อสาธารณะเพราะต้องการพื้นที่ผลิตเนื้อหาที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากโฆษณาหรืออำนาจทางการเมือง

หากเกิดความรู้สึกว่าเสรีภาพในการทำงานลดลง ก็อาจนำไปสู่ปัญหาการย้ายออกของบุคลากรคุณภาพได้

🔥 ฝ่ายเสนอร่างยืนยัน ไม่ได้ยุบ–ไม่ได้ปิด Thai PBS

อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายผู้เสนอร่างกฎหมายระบุว่า ข้อเสนอนี้ไม่ได้มีเป้าหมายยุบองค์กร ปิด Thai PBS หรือตัดภารกิจ

แต่ต้องการเปลี่ยน “วิธีการได้มาซึ่งเงิน” ให้เงินสาธารณะเข้าสู่ระบบงบประมาณและอยู่ภายใต้มาตรฐานวินัยการเงินการคลัง

พร้อมให้เหตุผลว่า ระบบดังกล่าวจะเปิดให้รัฐสภาสามารถตรวจสอบได้ว่าองค์กรขอใช้งบประมาณเท่าใด ใช้ในเรื่องใด และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างไร

ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน

📢 ศึกนี้อยู่ที่ “วินัยการคลัง” กับ “อิสระสื่อ”

ประเด็นแก้กฎหมาย Thai PBS จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า เงินจะมาจากไหน

แต่กำลังกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญว่า

ระบบงบประมาณแบบใดจะสามารถสร้างความโปร่งใสในการใช้เงินภาษี

ขณะเดียวกันก็ยังรักษาระยะห่างระหว่าง “ฝ่ายการเมือง” กับ “กองบรรณาธิการ” ได้

🔥 รศ.ดร.พิชายจึงเตือนว่า หากออกแบบกลไกไม่รัดกุม การเปลี่ยนระบบรายได้อาจกระทบหัวใจสำคัญของการเป็น “สื่อสาธารณะ”

ขณะที่ฝ่ายเสนอร่างยืนยันว่า เป้าหมายคือการจัดระเบียบเงินสาธารณะ ไม่ใช่การควบคุมหรือยุติภารกิจของ Thai PBS

⚡ บทสรุปยังไม่จบ! ปมใหญ่จากนี้คือการหาจุดสมดุลระหว่าง “ตรวจสอบเงินได้” กับ “ตรวจสอบอำนาจได้อย่างอิสระ”

สำนักข่าววิหคนิวส์

#ThaiPBS #TPBS #สื่อสาธารณะ #พิชายรัตนดิลกณภูเก็ต #ภาษีบาป #งบประมาณแผ่นดิน #เสรีภาพสื่อ #การเมืองไทย #สื่อมวลชน #NIDA #สื่อมวลชน #ภาษีสรรพสามิต #NBT สาขา2 #เซ็นเซอร์ตัวเอง #สยามรัฐ
#วิหคนิวส์