ข่าวประจำวัน » 🔥 เขย่า “ภาษีบาป” 1.4 หมื่นล้าน! “ภูมิใจไทย” ชงดึงเข้าสู่งบประมาณ จับตาอนาคต Thai PBS–สสส.–ผู้สูงอายุ–กองทุนกีฬา

🔥 เขย่า “ภาษีบาป” 1.4 หมื่นล้าน! “ภูมิใจไทย” ชงดึงเข้าสู่งบประมาณ จับตาอนาคต Thai PBS–สสส.–ผู้สูงอายุ–กองทุนกีฬา

2 October 2026
27   0

2 ตุลาคม 2569

จับตาการเปลี่ยนโครงสร้างเงิน “ภาษีบาป” ก้อนใหญ่ หลังมีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ 4 องค์กรและกองทุน เพื่อยกเลิกระบบจัดเก็บเงินจากภาษีสุราและยาสูบแล้วส่งตรงไปยังหน่วยงานเหล่านี้ ก่อนเปลี่ยนมาใช้กลไก งบประมาณรายจ่ายประจำปี แทน

4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Thai PBS ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญคือ ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 ซึ่งปัจจุบันมีเพดานไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท แล้วเปลี่ยนมาเป็นเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

⚖️ ยก “วินัยการเงินการคลัง” เป็นเหตุผล

เหตุผลสำคัญของฝ่ายผู้เสนอ คือ ต้องการปรับระบบให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ซึ่งวางหลักจำกัดการออกกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แล้วกำหนดให้นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะโดยไม่นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายวินัยการเงินการคลังมีบทเฉพาะกาลรองรับกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว

ประเด็นที่ผู้เสนอหยิบขึ้นมาถกเถียงจึงอยู่ที่ว่า เมื่อประเทศไทยมีกติกาด้านการคลังชุดใหม่แล้ว ควรคงระบบจัดสรรเงินเฉพาะกิจแบบเดิมต่อไป หรือควรรวมเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณเพื่อให้รัฐบาลและรัฐสภาพิจารณาการใช้จ่ายเป็นรายปี

💰 จับตาเงินก้อนใหญ่รวมราว 1.4 หมื่นล้าน

หากอิงวงเงินของระบบปัจจุบัน เงินที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 4 แห่งมีขนาดรวมประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่

สสส. ประมาณ 4,000 ล้านบาท

Thai PBS สูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท

กองทุนผู้สูงอายุ สูงสุดประมาณ 4,000 ล้านบาท

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประมาณ 4,000 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นกรอบวงเงินหรือประมาณการตามกลไกภาษีปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะมีเงินสดเพิ่มขึ้น 14,000 ล้านบาทโดยอัตโนมัติ เพราะหากร่างกฎหมายผ่าน รัฐยังต้องจัดสรรงบประมาณกลับไปสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานและกองทุนเหล่านี้ตามกระบวนการงบประมาณอีกครั้ง

🔥 สสส. จากภาษี 2% สู่งบประมาณรายปี

สำหรับร่างแก้ไขกฎหมาย สสส. มีข้อเสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 และเปลี่ยนมาใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี

ร่างดังกล่าวยังเสนอปรับถ้อยคำเกี่ยวกับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไปสู่การจัดสรร “ตามความจำเป็น” ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า ในอนาคตระดับเงินสนับสนุนอาจเปลี่ยนแปลงตามฐานะการคลังและการพิจารณางบประมาณในแต่ละปี ขณะที่ฝ่ายผู้เสนอให้เหตุผลว่าจะทำให้การใช้เงินอยู่ภายใต้ระบบงบประมาณและการตรวจสอบของรัฐสภามากขึ้น

👴 กองทุนผู้สูงอายุ เสี่ยงเปลี่ยนแหล่งเงินหลัก

อีกจุดที่ถูกจับตาคือกองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันมีเงินจากภาษีสุราและยาสูบเป็นแหล่งรายได้สำคัญ โดยกฎหมายกำหนดเพดานเงินบำรุงกองทุนไว้ไม่เกินปีละ 4,000 ล้านบาท

ข้อเสนอใหม่จะตัดเงินส่วนนี้ออก และให้ใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี เงินบริจาค รวมถึงดอกผลจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนแทน

ข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ประกอบการอภิปรายระบุว่า ปี 2568 กองทุนมีรายได้ประมาณ 4,160 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ประมาณ 4,606 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าหากตัดแหล่งรายได้ที่ผูกกับภาษีออก ในอนาคตงบประมาณรายปีจะเพียงพอกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

🏅 กองทุนกีฬา ถูกเสนอให้ตัดเงินภาษีบาปเช่นกัน

ร่างแก้ไขกฎหมายการกีฬาแห่งประเทศไทยมีสาระเกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยเสนอให้ยกเลิกเงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบ

กองทุนยังมีแหล่งรายได้อื่น รวมถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ หากเงินที่เคยได้รับโดยตรงเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้กระบวนการงบประมาณ การสนับสนุนนักกีฬา การพัฒนาบุคลากร สวัสดิการ และกิจกรรมด้านกีฬาจะได้รับงบประมาณในระดับเดิมหรือไม่

📺 Thai PBS กับโจทย์ “ความเป็นอิสระ”

สำหรับ Thai PBS ประเด็นไม่ได้มีเพียงจำนวนเงิน แต่ยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

ระบบปัจจุบันทำให้องค์กรได้รับเงินตามกลไกที่กฎหมายกำหนดโดยตรง ขณะที่ข้อเสนอใหม่จะทำให้รายได้หลักมาจากการจัดสรรงบประมาณประจำปี

ฝ่ายผู้เสนอระบุว่า การเปลี่ยนแหล่งเงินไม่ได้หมายถึงการยุบหรือปิด Thai PBS และสามารถออกแบบหลักประกันเพื่อรักษาความเป็นอิสระขององค์กรได้ ส่วนอีกด้านมีข้อกังวลว่าการต้องเข้าสู่กระบวนการงบประมาณทุกปีอาจทำให้ระดับความแน่นอนของรายได้เปลี่ยนไป

💥 “กรณ์” เห็นด้วยทบทวนระบบ แต่ตั้งคำถามการใช้เงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า การทบทวนกฎหมายและระบบจัดสรรภาษีเพื่อให้สอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังเป็นเรื่องที่สามารถพิจารณาได้

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังต้องพิจารณาด้วยว่า หากนำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณแล้ว รัฐบาลจะสามารถจัดสรรและใช้จ่ายเงินดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าหรือไม่

⚠️ ไม่ใช่เงินใหม่ทั้งหมดของรัฐบาล

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ การยกเลิกระบบส่งเงินภาษีตรงให้ 4 หน่วยงาน ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลสามารถนำเงินทั้งหมดไปใช้เรื่องอื่นได้โดยไม่มีภาระ

เพราะภารกิจด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ กีฬา และสื่อสาธารณะยังคงอยู่ หากรัฐต้องการให้ภารกิจเหล่านี้ดำเนินต่อ ก็ยังจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณกลับเข้าไป เพียงแต่เปลี่ยนจากระบบที่เงินถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตามกฎหมาย มาเป็นระบบที่ต้องพิจารณาวงเงินผ่านกระบวนการงบประมาณในแต่ละปี

🔥 อีกด้านจับตาร่างแก้ กบข. ลดเงินสำรอง 20% เหลือ 5%

นอกเหนือจาก 4 ร่างเกี่ยวกับภาษีบาป ยังมีร่างแก้ไขกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเสนอปรับสัดส่วนงบประมาณที่รัฐต้องนำเข้าบัญชีเงินสำรอง จากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี พร้อมปรับหลักเกณฑ์การนำเงินสำรองไปลงทุน

ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ร่างดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น และมีกำหนดถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่ปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว

👀 ศึกใหญ่ “วินัยการคลัง” กับความมั่นคงของกองทุน

4 ร่างกฎหมายภาษีบาปจึงมีสองด้านที่ต้องจับตา

ด้านหนึ่งคือแนวคิดนำเงินสาธารณะเข้าสู่ระบบงบประมาณเดียวกัน เพื่อให้ฝ่ายบริหารและรัฐสภาสามารถตรวจสอบและจัดลำดับความสำคัญของการใช้เงินได้

อีกด้านคือความกังวลว่า เมื่อรายได้ที่เคยได้รับตามสูตรกฎหมายถูกเปลี่ยนเป็นงบประมาณรายปี หน่วยงานและกองทุนเหล่านี้อาจเผชิญความไม่แน่นอนด้านเงินสนับสนุนมากขึ้น

ท้ายที่สุด ร่างกฎหมายทั้งหมดจะผ่านหรือไม่ และรายละเอียดจะถูกปรับอย่างไร ยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การพิจารณาของรัฐสภา และขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

ศึก “ภาษีบาป” กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จึงเพิ่งเริ่มต้น และประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเงินจะอยู่ที่ไหน แต่คือ ใครเป็นผู้ตัดสินใจจัดสรร ใช้เงินอย่างไร และมีกลไกตรวจสอบมากน้อยเพียงใด

#ภูมิใจไทย #ภาษีบาป #สสส #ThaiPBS #กองทุนผู้สูงอายุ #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #งบประมาณแผ่นดิน #วินัยการเงินการคลัง #กรณ์จาติกวณิช #กบข #รัฐสภา #การเมืองไทย #เงินสาธารณะ #วิหคนิวส์ #กรุงเทพธุรกิจ