⚖️ “เทพไท เสนพงศ์” หยิบข้อเสนอจากเวทีราชบัณฑิตยสภา ชี้อีกช่องทางเดินคดีปมเลือก ส.ว. เสนอผู้เกี่ยวข้องรวบรวมข้อเท็จจริงร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการเลือก ส.ว. พร้อมจับตาข้อมูลจาก “สิทธิโชติ-จรัญ” ที่เปิดประเด็นทั้งการทำงานของ กกต. และแนวทางตรวจสอบเชิงระบบ
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปแสดงความคิดเห็นถึงเวทีเสวนา “คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ซึ่งสำนักงานราชบัณฑิตยสภาจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยมีนักกฎหมาย อดีตผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และกรรมการการเลือกตั้งร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น
เทพไทระบุว่า ประเด็นจากเวทีดังกล่าวมีหลายเรื่องที่ผู้ติดตามคดีควรนำไปศึกษา โดยเฉพาะความเห็นของ สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง และ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
🔥 จับตา “สิทธิโชติ” เปิดข้อมูลเบื้องหลังการพิจารณา
เทพไทมองว่า ความเห็นของสิทธิโชติในฐานะกรรมการการเลือกตั้งที่มีความเห็นแตกต่างจากเสียงข้างมากในบางประเด็น ช่วยเปิดให้สังคมเห็นกระบวนการพิจารณาคดีมากขึ้น
บนเวที สิทธิโชติกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่การรับสมัคร ส.ว. ระดับอำเภอและจังหวัด การพบเอกสารลักษณะ “โพย” ในวันเลือกระดับประเทศ รวมถึงขั้นตอนการตั้งคณะสืบสวนและไต่สวนชุดต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียน
สิทธิโชติยังกล่าวถึงการตั้ง คณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานอื่นร่วมตรวจสอบ โดยเฉพาะข้อมูลด้านโทรศัพท์และเส้นทางการเงิน ก่อนที่จะมี คณะชุดที่ 36 ทำหน้าที่กลั่นกรองสำนวนอีกชั้นหนึ่ง
🚨 มติ 4 ต่อ 3 ปมข้อมูล DSI ถูกหยิบมาพูดอีกครั้ง
อีกประเด็นที่เทพไทให้ความสำคัญ คือกรณีที่สิทธิโชติเปิดเผยว่า เมื่อ DSI แจ้งว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพถ่าย ข้อมูลโทรศัพท์ และเส้นทางการเงินของบุคคลบางราย เขาเห็นว่าควรนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กกต.มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับข้อมูลดังกล่าวเข้ามาประกอบการพิจารณา โดยสิทธิโชติอยู่ในฝ่ายที่เห็นว่าควรรับข้อมูลมาตรวจสอบ
เทพไทจึงนำประเด็นนี้มาตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการตรวจสอบ พร้อมกล่าวถึงกรณีพยานบางรายที่มีการกลับคำให้การ ซึ่งเขามองว่าควรตรวจสอบอย่างละเอียด
ทั้งนี้ การตั้งข้อสงสัยดังกล่าวเป็นความเห็นของเทพไทและผู้ร่วมเสวนาบางราย ไม่ใช่ข้อวินิจฉัยว่ากรรมการ กกต.ที่ลงมติเสียงข้างมากกระทำผิด
⚖️ “จรัญ” เสนออีกทาง ไม่จำกัดแค่สอยรายบุคคล
อีกประเด็นที่เทพไทหยิบขึ้นมา คือข้อเสนอของ จรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งมองว่า หากเดินคดีเฉพาะ ส.ว.เป็นรายบุคคลผ่านศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ผลลัพธ์อาจไม่ตอบคำถามเชิงโครงสร้างทั้งหมด
จรัญจึงเสนอให้ผู้เสียหายหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริง และใช้ช่องทาง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่ากระบวนการเลือก ส.ว.มีปัญหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งไปที่การตรวจสอบ “กระบวนการเลือกทั้งระบบ” มากกว่าการวินิจฉัยเฉพาะความผิดของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
🔥 หากศาลรับเรื่อง อาจเปิดศึกกฎหมายอีกสนาม
ตามแนวทางที่จรัญเสนอ หากมีผู้ยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ขั้นตอนแรกยังต้องพิจารณาก่อนว่า เรื่องดังกล่าวเข้าเงื่อนไขที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่
หากเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญจริง ศาลก็ยังต้องพิจารณาเรื่องอำนาจศาล เงื่อนไขการรับคำร้อง และประเด็นข้อกฎหมายก่อนเข้าสู่การวินิจฉัยเนื้อหา
ดังนั้น การพูดถึงการ “ล้มการเลือก ส.ว.ทั้ง 200 คน” หรือ “ล้มกระดาน” ในขณะนี้จึงยังเป็น แนวทางทางกฎหมายที่มีผู้เสนอ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่อาจสรุปล่วงหน้าว่าศาลจะรับคำร้องหรือวินิจฉัยอย่างไร
⏳ “เทพไท” มองช่องทางนี้อาจเร็วกว่าเดินหลายคดี
เทพไทเห็นว่า การดำเนินคดีผ่านหลายช่องทาง ทั้งศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. หรือกระบวนการอาญา อาจใช้เวลานาน
จึงมองว่าข้อเสนอให้ใช้ข้อมูลจากกระบวนการไต่สวนในคดีเลือกตั้งมาประกอบคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นอีกช่องทางที่ควรศึกษา
จรัญประเมินบนเวทีว่า หากเข้าสู่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญจริง อาจใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของผู้เสนอ ไม่ใช่กรอบเวลาที่รับประกันว่าคดีจะเสร็จสิ้นภายในช่วงดังกล่าว
🚨 “เทพไท” ฝากนักเคลื่อนไหวศึกษาข้อมูลจากเวที
ช่วงท้าย เทพไทเรียกร้องให้นักเคลื่อนไหว องค์กรทางการเมือง และผู้ติดตามคดีนำเนื้อหาจากเวทีเสวนามาศึกษาอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ
พร้อมแสดงความเห็นว่า ช่องทางดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้ต่อสู้กับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นถ้อยคำทางการเมืองที่เทพไทใช้ในการวิจารณ์ และไม่ใช่ข้อวินิจฉัยทางกฎหมายว่าพรรคการเมืองหรือบุคคลใดกระทำผิด
🔥 คดีฮั้ว ส.ว. อาจเปิดสนามใหม่
จากเดิมที่ความสนใจอยู่ที่การดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล ข้อเสนอจากเวทีราชบัณฑิตยสภาทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า
หากมีข้อบกพร่องในระดับกระบวนการ จะสามารถนำทั้งระบบการเลือก ส.ว.เข้าสู่การตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่
คำตอบยังขึ้นอยู่กับการยื่นคำร้อง อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน การรับคำร้องของศาล และพยานหลักฐานที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ
ดังนั้น ณ เวลานี้ ประเด็นสำคัญที่สุดจึงยังไม่ใช่ว่า “ส.ว.ทั้ง 200 คนจะถูกล้มกระดานหรือไม่”
แต่คือ จะมีใครนำข้อเสนอจากเวทีไปใช้จริง และศาลรัฐธรรมนูญจะมีโอกาสได้วินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการเลือก ส.ว.หรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
#เทพไท #คดีฮั้วสว #สว #กกต #สว.ระดับ #วิทยากร #สิทธิโชติ #จรัญ #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #ศาลรัฐธรรมนูญ #ศาลฎีกา #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ
