ข่าวประจำวัน » 🔥 สภาเดือด! “มัลลิกา” สั่ง “โรม” ออกจากห้อง หลังไม่ถอนคำพาดพิง สส.หญิงชัยภูมิ

🔥 สภาเดือด! “มัลลิกา” สั่ง “โรม” ออกจากห้อง หลังไม่ถอนคำพาดพิง สส.หญิงชัยภูมิ

2 October 2026
55   0

⚡ กระทู้ “สินบน 40 ล้าน” ลุกเป็นศึกกลางสภา! “รังสิมันต์ โรม” บี้ “ไชยชนก” เปิดความคืบหน้าคดี-ตั้งคำถามถึง “นายคิว” ก่อนพาดพิงให้ตรวจสอบสามี สส.หญิงชัยภูมิ ด้านเจ้าตัวลุกประท้วงทันที ท้าเปิดหลักฐาน-ขอให้ถอนคำพูด ขณะที่ประธานวินิจฉัยให้ถอน แต่ “โรม” ยืนยันไม่ถอน สุดท้ายถูกสั่งออกจากห้องประชุม

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดือดขึ้นระหว่างช่วงกระทู้ถาม เมื่อ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถึงความคืบหน้ากรณีที่รัฐมนตรีเคยเปิดเผยว่ามีบุคคลเสนอผลประโยชน์จำนวน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการละเว้นการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายออนไลน์

การประชุมครั้งนี้มี มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน

🔥 “โรม” บี้สินบน 40 ล้าน ถามคดีเดินถึงไหน

รังสิมันต์ตั้งคำถามว่า หลังจากรัฐมนตรีเปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อสภาแล้ว การสอบสวนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องมีความคืบหน้าเพียงใด

พร้อมตั้งคำถามถึงบุคคลที่เรียกว่า “นายคิว” ซึ่งรังสิมันต์กล่าวอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันและสถานประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลดังกล่าวล่าช้าหรือไม่

ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ยังเป็นประเด็นที่ผู้ตั้งกระทู้ร้องขอให้ตรวจสอบ และไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงกระทำความผิด

💥 “ไชยชนก” ยันส่งข้อมูลให้ตรวจสอบแล้ว

ไชยชนกชี้แจงว่า หลังเปิดเผยเรื่องสินบน ได้ตั้งกระบวนการตรวจสอบภายในกระทรวง แต่ไม่พบหลักฐานว่าบุคลากรภายในกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง

จากนั้นจึงส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบเต็มที่

ไชยชนกยังกล่าวถึงผลการปราบปรามสแกมเมอร์และการพนันออนไลน์ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาจากหลายเครือข่ายรวม 52 ราย และมีการยึดทรัพย์สินรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

🚨 พลาดกลางสภา! กล่าวถึง “สส.พรรคประชาชน” ก่อนแก้ข้อมูล

ช่วงหนึ่ง ไชยชนกกล่าวถึงคดีในพื้นที่สมุทรปราการ และระบุในตอนแรกว่าบุคคลชื่อ สิทธิชัย เชื้อทอง เป็น สส.ของพรรคที่รังสิมันต์สังกัด และถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการพนันและฟอกเงิน

รังสิมันต์จึงโต้แย้งทันทีว่า พรรคประชาชนไม่มี สส.สมุทรปราการตามที่รัฐมนตรีระบุ

ต่อมาไชยชนกแก้ไขข้อมูลว่า บุคคลดังกล่าว ไม่ใช่ สส.พรรคประชาชน แต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เขาระบุว่าเคยเกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้เกิดจากสังกัดทางการเมือง

⚡ “โรม” สวน ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทุกสี

รังสิมันต์ตอบว่า หากบุคคลใดเคยเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางการเมืองของพรรคแล้วมีหลักฐานกระทำผิด พรรคพร้อมสนับสนุนให้ดำเนินคดี และไม่ควรมีใครได้รับการปกป้อง

แต่การบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลจากฝ่ายการเมืองใด

จากนั้นจึงพาดพิงไปถึง สส.หญิง จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวให้รัฐบาลตรวจสอบสามีของ สส.รายดังกล่าว ซึ่งรังสิมันต์กล่าวอ้างว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ

คำกล่าวดังกล่าวยังเป็น ข้อกล่าวอ้างของรังสิมันต์ และในระหว่างการประชุมยังไม่ได้มีการนำหลักฐานมาแสดงเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหานั้น

🔥 “สุชาดา” ลุกทันที! ท้าเปิดหลักฐาน

คำพาดพิงดังกล่าวทำให้ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง โดยระบุว่า ตนเป็น สส.หญิงของพรรคในจังหวัดชัยภูมิที่ผู้ฟังสามารถระบุตัวได้จากคำพูดดังกล่าว

สุชาดายืนยันว่าคำกล่าวทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้รังสิมันต์ถอนคำพูด และหากมีหลักฐานจริงก็ควรนำมาแสดง

ภายหลังการประชุม สุชาดายังยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีหลักฐานรองรับตามที่เธอได้รับทราบ พร้อมระบุว่าจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป

⚖️ “มัลลิกา” วินิจฉัยให้ถอนคำพูด

มัลลิกา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัยว่า ถ้อยคำดังกล่าวเป็นการพาดพิงบุคคลอื่นจนเกิดความเสียหาย และขอให้รังสิมันต์ถอนคำพูด

แต่รังสิมันต์แย้งว่า หากจะวินิจฉัยให้ถอนคำพูด ควรพิจารณาตามข้อบังคับการประชุม และระบุว่าไม่สามารถนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาเปิดในช่วงการตั้งกระทู้ถามได้

พร้อมยืนยันว่า หลักฐานจะมีตามมา และไม่ยอมถอนคำพูด

💥 ไม่ถอน! ประธานสั่งออกจากห้อง

เมื่อรังสิมันต์ยืนยันไม่ถอนถ้อยคำ มัลลิกาจึงสั่งว่า หากไม่ถอนให้ ออกจากห้องประชุม

รังสิมันต์ตอบว่า “น้อมรับปฏิบัติ” ก่อนเดินออกจากห้องประชุม

สาเหตุของการถูกสั่งออกจากห้องประชุมมาจากการไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของประธานให้ถอนคำพาดพิง ไม่ใช่คำตัดสินว่าข้อกล่าวหาที่รังสิมันต์พูดนั้นเป็นจริงหรือเท็จ

🚨 เดือดต่อ! เกือบนับองค์ประชุม

หลังรังสิมันต์ออกจากห้องประชุม การประท้วงระหว่าง สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังดำเนินต่อไป

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้นับองค์ประชุม ท่ามกลางการโต้แย้งของสมาชิกหลายฝ่าย

ต่อมาประธานชี้แจงหลักเกณฑ์องค์ประชุมในช่วงกระทู้ถาม ก่อนที่ณัฐวุฒิจะถอนข้อเสนอ ทำให้การประชุมสามารถดำเนินต่อได้

⚡ “โรม” กลับเข้าห้อง ก่อนถูกสั่งให้ออกอีกครั้ง

หลังเหตุการณ์เริ่มสงบ มีรายงานว่ารังสิมันต์กลับเข้ามาภายในห้องประชุมอีกครั้ง

เมื่อมัลลิกาพบเห็น จึงทักท้วงว่าได้มีคำวินิจฉัยให้ออกจากห้องประชุมแล้ว ก่อนที่รังสิมันต์จะเดินออกไปอีกครั้ง

จากนั้นประธานได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาบริเวณประตูไม่ให้รังสิมันต์กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกในวันดังกล่าว

🔥 จาก “สินบน 40 ล้าน” ลามศึกมาตรฐานตรวจสอบ

กระทู้ที่เริ่มต้นจากคำถามเรื่อง สินบน 40 ล้านบาท และความคืบหน้าการปราบปรามเว็บพนัน-สแกมเมอร์ จึงกลายเป็นการเผชิญหน้าทางการเมืองหลายชั้น

ด้านหนึ่ง รังสิมันต์เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดความคืบหน้าการตรวจสอบบุคคลที่ถูกกล่าวถึง และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย

อีกด้าน ไชยชนกยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการตามหลักฐาน พร้อมขอให้ผู้ที่มีข้อมูลส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และยืนยันว่าจะไม่ยกเว้นบุคคลใด

ขณะที่ปมพาดพิง สุชาดาและสามี ยังอยู่ในสถานะข้อกล่าวหาที่ฝ่ายถูกพาดพิงปฏิเสธ และเรียกร้องให้รังสิมันต์นำหลักฐานออกมาแสดง

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกลางสภาวันนี้จึงยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครเกี่ยวข้องกับเครือข่ายผิดกฎหมาย แต่เป็นการเปิดข้อกล่าวหา การโต้แย้ง และการเรียกร้องให้ตรวจสอบ ซึ่งต้องเดินหน้าพิสูจน์กันต่อด้วย พยานหลักฐานและกระบวนการตามกฎหมาย

#สภา #รังสิมันต์ #ไชยชนก #มัลลิกา #สุชาดา #สินบน40ล้าน #สแกมเมอร์ #เว็บพนัน #ฟอกเงิน #นอมินี #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #ไทยโพสต์