ข่าวประจำวัน » 🚨 “ศศิน” ฝากตรงถึง “อนุทิน” เลิกวิธีคิดเชยๆ! จี้รัฐบาลพูด “ภาษาคน” น้ำท่วมต้องบอกประชาชนว่าจะช่วยอะไร ไม่ใช่พูดให้หดหู่

🚨 “ศศิน” ฝากตรงถึง “อนุทิน” เลิกวิธีคิดเชยๆ! จี้รัฐบาลพูด “ภาษาคน” น้ำท่วมต้องบอกประชาชนว่าจะช่วยอะไร ไม่ใช่พูดให้หดหู่

30 September 2026
28   0

🔥 “ศศิน เฉลิมลาภ” วิจารณ์การสื่อสารและการรับมือภัยพิบัติของภาครัฐ ฝากถึงนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถึงเวลาปรับวิธีทำงานให้ทันสมัย เลิกวัฒนธรรมเอาหน้า พร้อมย้ำว่าในช่วงประชาชนกำลังเผชิญน้ำท่วม รัฐบาลควรสื่อสารให้เกิดความหวัง และบอกให้ชัดว่า “วันนี้ทำอะไร–พรุ่งนี้ช่วยอะไร”

วันที่ 29 กันยายน 2569 ประเด็นการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมยังคงถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง หลัง ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม แสดงความคิดเห็นระหว่างการพูดคุยถึงปัญหาน้ำท่วมและระบบเตือนภัย

ศศินเสนอว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีข้อมูลพยากรณ์อากาศหรือประกาศเตือนภัย แต่คือการแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้ประชาชนรู้ว่า “ต้องทำอะไรต่อ”

⚡️ เตือนน้ำท่วม ต้องบอกประชาชนให้ทำอะไรทันที

หนึ่งในตัวอย่างที่ศศินหยิบยกขึ้นมาคือ รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม

เขาเสนอว่า หน่วยงานรัฐสามารถออกคำแนะนำง่ายๆ ได้ทันที เช่น หากรถถูกน้ำท่วมสูงหรือมีน้ำเข้าเครื่องยนต์ อย่าเพิ่งสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายหนักกว่าเดิม

พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทีมช่าง อาสาสมัคร อู่รถ และระบบเคลื่อนย้ายรถไว้ล่วงหน้า เพื่อให้น้ำลดแล้วสามารถเข้าช่วยประชาชนได้ทันที

ศศินมองว่า การจัดการภัยพิบัติไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงมาคิดเรื่องเยียวยาเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องคิดตั้งแต่

⚡️ จะลดความเสียหายอย่างไร
⚡️ ประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร
⚡️ หน่วยงานไหนต้องเข้าไปตรงไหน
⚡️ น้ำลดแล้วต้องทำอะไรต่อทันที

🔥 จี้รัฐพูด “ภาษาคน” ไม่ใช่ภาษาที่ประชาชนฟังแล้วไม่รู้ต้องทำอะไร

ศศินยังเสนอให้หน่วยงานรัฐปรับรูปแบบการสื่อสารเรื่องภัยพิบัติ โดยเฉพาะการใช้ศัพท์ทางราชการหรือข้อมูลทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

เพราะต่อให้ข้อมูลถูกต้อง หากประชาชนฟังแล้วไม่เข้าใจว่า ต้องย้ายรถเมื่อไร ต้องยกของหรือไม่ ต้องอพยพหรือยัง ข้อมูลนั้นก็อาจไม่ช่วยลดความเสียหายได้เต็มที่

เขาจึงเสนอหลักง่ายๆ ว่า

ถ้าจะอธิบายให้พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือคนในครอบครัวฟังอย่างไร ก็ควรอธิบายกับประชาชนให้เข้าใจง่ายแบบนั้น

พร้อมชื่นชมว่าการสื่อสารของกรมอุตุนิยมวิทยาเริ่มปรับตัวให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปแบบการแจ้งเตือน

🚨 เลิกบอกแค่ “เฝ้าระวัง” ต้องบอกว่า “เตรียมอะไร”

อีกข้อเสนอสำคัญคือ การเตือนประชาชนไม่ควรหยุดอยู่แค่คำว่า “เฝ้าระวัง”

แต่ควรเปลี่ยนเป็นการบอกอย่างเป็นขั้นตอนว่า

👉 พื้นที่ใดมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ
👉 ต้องย้ายรถเมื่อไร
👉 ต้องยกของขึ้นที่สูงหรือไม่
👉 ผู้สูงอายุและผู้ป่วยต้องเตรียมอย่างไร
👉 เส้นทางไหนควรหลีกเลี่ยง
👉 หน่วยงานท้องถิ่นต้องเตรียมอะไร

ศศินระบุในทำนองว่า แม้การพยากรณ์จะไม่สามารถรับประกันได้ 100% แต่หากข้อมูลมีแนวโน้มชัดเจน รัฐก็ควรแจ้งประชาชนล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาตัดสินใจ

🔥 ฝากถึง “อนุทิน” ไปเมืองนอกดูทันสมัย กลับมาบริหารประเทศก็ต้องทันสมัยด้วย

ช่วงหนึ่ง ศศินกล่าวถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้ปรับรูปแบบการเมืองและการทำงานของรัฐให้เข้ากับยุคสมัย

โดยเฉพาะพฤติกรรมทางการเมืองแบบเดิมๆ ที่เน้นภาพของนักการเมืองลงพื้นที่ มีคนยืนประกบ หรือการแข่งขันกันแสดงบทบาทต่อหน้าสื่อ

ศศินมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญเท่ากับคำถามว่า

ประชาชนได้รับความช่วยเหลือจริงหรือไม่

พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อเดินทางต่างประเทศก็ดูทันสมัย จึงควรนำวิธีคิดและการบริหารแบบทันสมัยมาใช้ในการจัดการภัยพิบัติด้วย

⚡️ น้ำท่วมแล้ว อย่าพูดให้ประชาชนหมดกำลังใจ

อีกประเด็นที่ศศินให้ความสำคัญคือ “ภาษาของผู้นำ”

เขามองว่า ในเวลาที่ประชาชนกำลังสูญเสีย บ้านถูกน้ำท่วม รถเสีย รายได้หาย หรือกำลังวิตกกังวล สิ่งที่รัฐบาลควรสื่อสารคือสิ่งที่จะดำเนินการต่อจากนี้

แทนที่จะย้ำเพียงว่า

“น้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมชาติ”

แม้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะมีส่วนถูกต้อง แต่ในช่วงวิกฤต สิ่งที่ประชาชนต้องการรู้มากกว่าคือ

พรุ่งนี้รัฐบาลจะทำอะไร?

พื้นที่ไหนจะได้รับความช่วยเหลือ?

น้ำลดแล้วจะเยียวยาอย่างไร?

หน่วยงานใดรับผิดชอบ?

🔥 ศศินมองว่า การสื่อสารของรัฐบาลควรสร้างความรู้สึกว่า “เรายังสู้ต่อได้” มากกว่าทำให้ประชาชนฟังแล้วรู้สึกหดหู่หรือสิ้นหวัง

🚨 ชี้ระบบรับมือภัยพิบัติมีอยู่แล้ว ปัญหาคือต้องทำให้ระบบเดิน

ศศินยังกล่าวถึงโครงสร้างการบริหารภัยพิบัติ โดยระบุว่า ประเทศไทยมีกฎหมาย กลไก หน่วยงาน และงบประมาณรองรับอยู่แล้ว

เมื่อเกิดภัยในพื้นที่ จะมีขั้นตอนประกาศเขตประสบภัยและกลไกของจังหวัดเข้ามาทำงาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการบัญชาการสถานการณ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงาน

สิ่งที่เขาเห็นว่าสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างระบบใหม่ทุกครั้งที่เกิดเหตุ

แต่คือ

🔥 “ทำให้ระบบเดิมที่มีอยู่ทำงานจริง”

ตั้งแต่การตั้งศูนย์บัญชาการในพื้นที่ปลอดภัย การรวบรวมข้อมูล การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ การประสานหน่วยกู้ภัย เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และทีมช่วยเหลือประชาชน

⚡️ ภัยพิบัติยุคใหม่ ต้องบริหารแบบมืออาชีพ

ข้อเสนอของศศินจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องน้ำท่วมครั้งนี้

แต่กำลังตั้งคำถามถึงระบบจัดการภัยพิบัติทั้งประเทศว่า เมื่อมีเทคโนโลยีพยากรณ์ มีข้อมูล มีหน่วยงาน มีกฎหมาย และมีงบประมาณอยู่แล้ว

ทำอย่างไรให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันก่อนภัยมาถึง

เพราะบางครั้ง การเตือนล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง

อาจหมายถึงรถยนต์ที่ไม่ต้องเสียทั้งคัน

บ้านที่ยกของทัน

ผู้ป่วยที่ย้ายออกได้ก่อน

หรือครอบครัวหนึ่งที่ไม่ต้องสูญเสียมากกว่าที่ควรจะเป็น

🚨 น้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงบททดสอบว่า “รัฐบาลช่วยได้แค่ไหน”

แต่ยังเป็นบททดสอบว่า

รัฐสามารถเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็น “การลงมือทำ” ได้เร็วเพียงใด

และในวันที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน

สิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่คำอธิบายยาวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่คือคำตอบง่ายๆ ว่า

🔥 “วันนี้ต้องทำอะไร และพรุ่งนี้รัฐบาลจะช่วยอะไร”

#ศศินเฉลิมลาภ #ศศิน #อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #น้ำท่วม2569 #น้ำท่วม69 #น้ำท่วมกรุงเทพ #ภัยพิบัติ #เตือนภัย #กรมอุตุนิยมวิทยา #ปภ #รัฐบาล #การเมืองไทย #ประชาชน #ช่วยผู้ประสบภัย #วิหคนิวส์ #MGR Online