27 กันยายน 2569
รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยแพร่ข้อความหัวข้อ “ความนิยมอนุทินดิ่งต่อเนื่อง” โดยนำตัวเลขคะแนนนิยมทางการเมืองจากนิด้าโพล 3 ไตรมาสของปี 2569 มาเปรียบเทียบ พร้อมระบุถึง 4 ปัจจัยสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการลดลงของคะแนนนิยมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
เปิดตัวเลข 3 ไตรมาส คะแนนนิยมลด 15.64 จุด
รศ.ดร.พิชายระบุว่า ตัวเลขคะแนนนิยมของประชาชนที่สนับสนุนนายอนุทินให้เป็นนายกรัฐมนตรี ลดลงต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาส ได้แก่
- ไตรมาส 1/2569 ร้อยละ 29.40
- ไตรมาส 2/2569 ร้อยละ 21.68
- ไตรมาส 3/2569 ร้อยละ 13.76
เมื่อเปรียบเทียบไตรมาสแรกกับไตรมาสที่สาม พบว่าคะแนนลดลง 15.64 จุดร้อยละ ตามตัวเลขที่นำมาเปรียบเทียบ
เปิด 4 ปัจจัยที่ถูกมองว่ากระทบคะแนนนิยม
- วิกฤตความไว้วางใจและข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส
รศ.ดร.พิชายระบุว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และคดีเขากระโดง ล้วนทำให้รัฐบาลถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใส
ทั้งนี้ เขาระบุด้วยว่า ความกังวลของประชาชนต่อประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์ว่าบุคคลใดกระทำผิด แต่รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วยคำชี้แจงที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหา
- ภาพลักษณ์ผู้นำกับความเดือดร้อนของประชาชน
รศ.ดร.พิชัยกล่าวว่า การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในช่วงที่ประชาชนกำลังรอคำตอบเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและการตรวจสอบการใช้อำนาจ ภาพความรื่นเริงของผู้นำที่ปรากฏบ่อยครั้งอาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่าผู้นำอยู่ห่างจากปัญหาที่กำลังเผชิญ
- ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ
ประเด็นค่าครองชีพ ราคาพลังงาน รายได้เกษตรกร และแผนการกู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน เป็นอีกกลุ่มปัญหาที่ประชาชนต้องการเห็นทั้งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและคำชี้แจงที่ตรวจสอบได้
รศ.ดร.พิชัยระบุว่า เมื่อประชาชนยังเผชิญความตึงตัวในการดำรงชีวิต ความไว้วางใจทางการเมืองก็ฟื้นกลับมาได้ยาก หากยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการบริหารงานของรัฐบาล
- ได้รับประโยชน์จากนโยบาย ไม่ได้หมายถึงไว้วางใจรัฐบาล
รศ.ดร.พิชัยกล่าวถึงมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า อาจช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนบางส่วนได้ แต่แม้ในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการก็ยังมีผู้ที่ลังเลหรือไม่คิดจะสนับสนุนรัฐบาล
เขาระบุว่า ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นอาจช่วยประคองสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นทางการเมืองกลับคืนมาโดยอัตโนมัติ
ชี้โจทย์รัฐบาล ต้องแสดงความรับผิดชอบและผลงาน
รศ.ดร.พิชัยสรุปว่า การลดลงของคะแนนนิยมเป็นสิ่งที่สะท้อนผ่านตัวเลขที่นำมาเปรียบเทียบ ขณะที่โจทย์ของรัฐบาลไม่ได้มีเพียงการปรับปรุงวิธีสื่อสารกับประชาชน แต่ยังรวมถึงการแสดงความรับผิดชอบและการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชนเห็น
สำนักข่าววิหคนิวส์
#พิชัยรัตนดิลกณภูเก็ต #อนุทินชาญวีรกูล #คะแนนนิยมอนุทิน #นิด้าโพล #การเมืองไทย #รัฐบาลอนุทิน #เศรษฐกิจไทย #ค่าครองชีพ #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
