ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ ประชาชนที่ใช้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถจักรยานยนต์ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังน้ำท่วมอาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่ รวมถึงเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ถนนขาด หรือถนนทรุดตัว เพราะระดับน้ำอาจบดบังหลุมบ่อและขอบถนน จนทำให้รถเสียหลักหรือตกลงไปในพื้นที่อันตรายได้
🚗 รถยนต์ทั่วไป น้ำท่วมระดับไหนต้องหยุด?
หากพบถนนมีน้ำท่วมขัง ควรประเมินระดับน้ำและเลือกเส้นทางอื่น หากน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป หรือสูงถึงระดับท้องรถ ควรหลีกเลี่ยงการขับผ่าน เพราะรถอาจเสียการทรงตัว น้ำอาจเข้าสู่เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า รวมถึงเสี่ยงถูกกระแสน้ำพัดออกนอกเส้นทาง
หากรถดับระหว่างขับลุยน้ำ ให้เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย และ ห้ามสตาร์ตเครื่องยนต์ซ้ำเด็ดขาด เพราะอาจทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์และสร้างความเสียหายรุนแรง ควรขอความช่วยเหลือและใช้รถยกนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อม
⚡ รถยนต์ไฟฟ้า EV น้ำท่วม ต้องระวังแบตเตอรี่
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยแนะนำว่า ก่อนน้ำท่วมควรเคลื่อนย้ายรถไปจอดในพื้นที่สูง และหลีกเลี่ยงการขับผ่านน้ำที่สูงเกินดุมล้อ
หากรถ EV ถูกน้ำท่วมจนจมน้ำหรือมีน้ำเข้าสู่ระบบไฟฟ้า ให้หยุดใช้งานทันที ห้ามสตาร์ต ห้ามชาร์จไฟ และห้ามถอดชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าแรงดันสูงด้วยตนเอง ควรติดต่อศูนย์บริการหรือบริษัทประกันภัยเพื่อจัดรถสไลด์นำรถไปตรวจสอบ
หลังน้ำลด ควรจอดรถที่ประสบเหตุให้ห่างจากรถคันอื่นและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 15 เมตร หากพบควัน ประกายไฟ เสียงผิดปกติ หรือความร้อนจากตัวรถ ให้ถอยห่างและแจ้งหน่วยงานฉุกเฉินทันที
🔋 จุดชาร์จ EV ถูกน้ำท่วม ห้ามใช้งาน
หากพื้นที่ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีความเสี่ยงน้ำท่วม ควรตัดกระแสไฟจากจุดที่แห้งและปลอดภัยก่อนน้ำมาถึง โดยให้ผู้มีความรู้หรือช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการ
ห้ามสัมผัสหัวชาร์จ สายชาร์จ ปลั๊ก หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำหรือจมน้ำ และห้ามเสียบชาร์จรถหลังน้ำลดจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ
🆘 หากน้ำท่วมฉับพลันจนติดอยู่ในรถ ต้องทำอย่างไร?
- ตั้งสติ ปลดเข็มขัดนิรภัย และประเมินทางออกทันที
- หากน้ำกำลังเพิ่มสูงและรถเริ่มจมน้ำ ให้รีบออกจากรถทางหน้าต่างเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย อย่ารอจนแรงดันน้ำทำให้เปิดประตูไม่ได้
- หากเปิดหน้าต่างไม่ได้ ให้ใช้เครื่องมือทุบกระจกนิรภัยด้านข้าง โดยหลีกเลี่ยงกระจกหน้า ซึ่งมักแตกได้ยากกว่า
- ออกจากรถและไปยังพื้นที่สูงที่ปลอดภัย ห้ามเดินฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว
- โทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยฉุกเฉิน หมายเลข 1669 สำหรับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือ 1784 สายด่วนนิรภัย ปภ.
หากไม่สามารถออกจากรถได้อย่างปลอดภัย ให้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและแจ้งตำแหน่งแก่เจ้าหน้าที่ทันที
⚠️ หลังน้ำลด อย่ารีบนำรถกลับมาใช้
รถยนต์ที่จมน้ำอาจมีน้ำอยู่ในเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง ระบบเบรก และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่วนรถ EV อาจมีความเสียหายภายในแบตเตอรี่หรือระบบแรงดันสูง แม้ภายนอกจะดูเป็นปกติก็ตาม
ประชาชนควรถ่ายภาพความเสียหาย เก็บหลักฐานระดับน้ำ ติดต่อบริษัทประกันภัย และให้ช่างตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน ไม่ควรทดลองสตาร์ตหรือชาร์จไฟเอง
เตือนประชาชน: อย่าเสี่ยงขับรถฝ่าน้ำเพื่อประหยัดเวลา หากไม่มั่นใจในระดับน้ำให้เปลี่ยนเส้นทางทันที เพราะรถเสียหายยังซ่อมได้ แต่ชีวิตที่สูญเสียไม่อาจเรียกคืน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, กรมอุตุนิยมวิทยา
#เตือนภัยน้ำท่วม #รถยนต์น้ำท่วม #รถEV #รถไฟฟ้า #ขับขี่ปลอดภัย #น้ำท่วม2569 #สำนักข่าววิหคนิวส์
