เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569 ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง
นางสาวลลิดาระบุว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการพยากรณ์และแจ้งเตือน การบริหารจัดการน้ำ เครื่องจักรกล และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
🌊 จับตาลุ่มเจ้าพระยา น้ำผ่านเขื่อน 1,750 ลบ.ม./วินาที
ข้อมูลกรมชลประทาน ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่า เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมรับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 242 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันตก 269 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบริหารจัดการปริมาณน้ำในระบบ
ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในบางพื้นที่ของจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี พร้อมตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและเส้นทางระบายน้ำ รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ
🚨 เปิด War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 70 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และศูนย์ ปภ. เขต ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิด War Room ส่วนกลางเพื่อประสานงานกับพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี ทยอยส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยไปเตรียมพร้อมในพื้นที่กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และอ่างทอง เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการระดมกำลังทหารและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเสริมแนวป้องกันน้ำบริเวณวัดกษัตราธิราชวรวิหาร พร้อมติดตามการติดตั้งแนวป้องกันบริเวณวัดไชยวัฒนาราม รวมถึงเตรียมศูนย์พักพิง หน่วยแพทย์ และกำลังสนับสนุนไว้ล่วงหน้า
ส่วนพื้นที่อำเภอผักไห่ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำ ตรวจสอบแนวคันป้องกัน ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเตรียมช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากจำเป็น
⚠️ รัฐบาลขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้เตรียมพร้อม
นางสาวลลิดากล่าวว่า ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการบริหารน้ำ การแจ้งเตือน เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. กรมชลประทาน ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลยังย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์จากข้อมูลจริงและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณฝนและน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการลดผลกระทบต่อประชาชนเป็นอันดับแรก
ที่ผ่านมา ได้มีการให้พรรครวมรัฐบาลโดยมีนายสนธิญาณไปแจ้งความดำเนินคดีกับเพจที่ได้มีการแจ้งเตือนภายในล่วงหน้า ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนก่อนที่จะเกิดเกิดเหตุ และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้มีการใช้ศูนย์เตือนภัยภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนเตือนภัยทางข้อความให้กับประชาชน หลังเกิดเหตุเพิ่งออกมาแถลงข่าว และจนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการตั้งศูนย์มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการศูนย์ป้องกันน้ำท่วมอย่างใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
#น้ำท่วม #รัฐบาล #ลุ่มเจ้าพระยา #ฝนตกหนัก #กรมชลประทาน #กรมอุตุนิยมวิทยา #ปภ #กรุงเทพมหานคร #วิหคนิวส์




