25 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอทบทวนมติคดีฮั้ว สว. หลัง กกต.มีมติส่งดำเนินคดี 77 ราย จากจำนวน 229 รายที่อยู่ในสำนวนการสืบสวนของคณะทำงานชุดที่ 26
ช่วงเที่ยงวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. พร้อมด้วย อ.คมสัน โพธิ์คง ที่ปรึกษามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และกลุ่มประชาชนหลายร้อยคน ในนาม “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.
หนังสือมีหัวข้อ “ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ และหยุดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” โดยขอให้ กกต.ทบทวนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง กกต.มีมติส่งเรื่องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 77 ราย ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขณะที่กลุ่มผู้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.กลับไปพิจารณาพยานหลักฐานและบุคคลที่อยู่ในสำนวนจำนวน 229 ราย อีกครั้ง
“พิชิต” จี้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่สุจริต–เที่ยงธรรม
นายพิชิตระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการร้องเรียนในนามเครือข่ายประชาชน “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” เพื่อขอให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม และหยุดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการพิจารณาคดีทุจริตเกี่ยวกับการเลือก สว. ปี 2567
นายพิชิตกล่าวว่า สังคมตั้งข้อสงสัยต่อมติ กกต.ที่ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จากจำนวน 229 ราย และเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนสำนวนก่อนส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา โดยเห็นว่ายังมีเวลาสำหรับการพิจารณาใหม่
กลุ่มฯ อ้างหลักฐาน “โพย–เส้นทางเงิน–นอมินี”
ในหนังสือที่ยื่นต่อ กกต. กลุ่มรวมพลังแผ่นดินระบุว่า กระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา มีพยานหลักฐานและพฤติการณ์ที่กลุ่มเห็นว่าน่าสงสัยหลายประการ ทั้งการจัดทำรายชื่อผู้สมัครล่วงหน้า การแต่งกายและพักอาศัยในโรงแรมเดียวกัน เส้นทางการเงิน การจัดตั้งผู้สมัครในลักษณะตัวแทน หรือนอมินีเพื่อบล็อกโหวต รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงจากพรรคการเมือง
กลุ่มฯ ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาว่าเกิดขึ้นเป็นขบวนการ และวิจารณ์ว่าการที่ กกต.เสียงข้างมากมีมติส่งดำเนินคดีเพียง 77 ราย จาก 229 ราย เป็นการตัดตอนพยานหลักฐาน
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ยื่นหนังสือ และยังเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย
อ้างแนวคำพิพากษาศาลฎีกา–เรียกร้องทบทวนทั้ง 229 ราย
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินยังระบุว่า กกต.ควรนำแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมาประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะพยานหลักฐานเชิงโครงสร้าง นิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์
นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังตั้งข้อสังเกตต่อพยาน 3 รายที่มีการกลับคำให้การ และเรียกร้องให้ตรวจสอบว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายต่อพยานดังกล่าวหรือไม่
ข้อเรียกร้องสำคัญคือให้ กกต. ทบทวนมติเดิมทั้งหมด และพิจารณาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ก่อนดำเนินการตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ลั่นหากเพิกเฉย เดินหน้าดำเนินคดี
นายพิชิตระบุว่า หาก กกต.ยังคงเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้อง กลุ่มภาคประชาชนจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยก่อนหน้านี้เขาระบุด้วยว่า กกต.ยังมีเวลาทบทวนมติก่อนส่งคำร้องและสำนวนไปยังศาลฎีกา
รายงานข่าวระบุว่า ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ มีตัวแทน กกต.รับมอบหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” ยังคงมุ่งไปที่การเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนกระบวนการพิจารณาคดีฮั้ว สว. และดำเนินการตามที่กลุ่มเห็นว่ากฎหมายกำหนด
สำนักข่าววิหคนิวส์
#ฮั้วสว #กกต #ทนายนกเขา #นิติธรล้ำเหลือ #พิชิตไชยมงคล #คปท #รวมพลังแผ่นดิน #สนธิลิ้มทองกุล #การเมืองไทย
