วันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ และหยุดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” โดยเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนมติเดิมเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567
แถลงการณ์ลงวันที่ วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ระบุถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 215 ซึ่งกำหนดหลักการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และปราศจากอคติ รวมถึงอ้างอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการควบคุมและตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
🚨 เปิด 229 ราย–ชี้หลักฐานหลายด้าน
กลุ่มผู้ยื่นแถลงการณ์ระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเลือก สว. ปี 2567 มีเหตุและข้อพิรุธที่กลุ่มเห็นว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ากระบวนการเลือกอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
แถลงการณ์ยกตัวอย่างข้อมูลที่นำมาประกอบ ได้แก่ โพยหรือรายชื่อที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า การแต่งกายในลักษณะเดียวกัน การพักโรงแรมเดียวกัน การเดินทางร่วมกัน การประชุมในสถานที่ต่าง ๆ การสื่อสารผ่านโทรศัพท์และการยึดโทรศัพท์ก่อนการประชุม เส้นทางการเงิน กล้องวงจรปิด คำให้การของพยานหลายปาก พฤติการณ์หลังการเลือก รูปแบบคะแนน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลจุดพิกัดโทรศัพท์
แถลงการณ์ระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ตั้งข้อกล่าวหาบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตในการเลือกจำนวน 229 ราย โดยแบ่งพฤติการณ์ที่กล่าวถึงเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ การจัดตั้งผู้สมัครในลักษณะนอมินีและบล็อกโหวต การจัดหาทรัพย์สินหรือประโยชน์เพื่อจูงใจ การแทรกแซงโดยบุคคลทางการเมืองหรือพรรคการเมือง และการสมยอมแลกเปลี่ยนคะแนน
⚖️ จาก 229 เหลือ 77 ราย
แถลงการณ์ระบุว่า ต่อมา กกต.ตั้ง คณะที่ 36 เพื่อพิจารณาสำนวนใหม่ และผลการพิจารณาของคณะดังกล่าวไม่พบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตในการเลือก
จากนั้น กกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องรวม 77 ราย แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย
ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าววันที่ 25 กันยายน 2569 ซึ่งระบุว่าเครือข่ายภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนมติดังกล่าว และขอให้พิจารณาผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายตามมาตรา 62
🔥 กลุ่มผู้ยื่นแถลงการณ์อ้างมาตรา 62
แถลงการณ์ระบุว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 กำหนดเกณฑ์ว่า “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
กลุ่มผู้ยื่นแถลงการณ์ระบุว่า จากพยานหลักฐานที่กล่าวถึงในสำนวนและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีเลือก สว. ที่ผ่านมา เห็นว่ามีเหตุให้ กกต.พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง แถลงการณ์ระบุว่ามีผู้ถูกร้องตามข้อกล่าวหามาตรา 76 วรรคหนึ่ง จำนวน 21 ราย และระบุว่ามติในกลุ่มดังกล่าวมีทั้งมติเอกฉันท์และมติที่มีเสียงข้างน้อยแตกต่างกัน
⚠️ จี้สอบพยาน 3 ปากกลับคำ
อีกประเด็นที่กลุ่มนำเสนอคือกรณีพยาน 3 ปากที่กลับคำให้การ โดยแถลงการณ์ระบุว่ายังไม่ได้มีการไต่สวนพยานทั้ง 3 รายเพิ่มเติม และยังไม่มีการพิจารณาเปลี่ยนสถานะพยานเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามขั้นตอน รวมถึงเรียกร้องให้มีการพิจารณาการให้การที่กลุ่มเห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
กลุ่มยังระบุในแถลงการณ์ว่าเห็นว่าการพิจารณาคดี สว. ควรพิจารณาความเชื่อมโยงของพยานหลักฐานและโครงข่ายของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาแยกเฉพาะรายโดยไม่คำนึงถึงพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงกัน
🚨 ยื่นคำขาด ขอ กกต.ทบทวนมติเดิม
ช่วงท้ายแถลงการณ์ กลุ่ม รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย เรียกร้องให้ กกต. ทบทวนมติเดิมทั้งหมด และพิจารณาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ให้แล้วเสร็จ
พร้อมระบุว่า หากไม่มีการทบทวนมติดังกล่าว เครือข่ายภาคประชาชนตามรายชื่อแนบท้ายจะดำเนินการยื่นคำร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมเครือข่ายภาคประชาชนเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลืออ่านรายละเอียดหนังสือบนเวทีก่อนนำไปยื่นต่อ กกต.ในเวลาประมาณ 11.00 น.
สำนักข่าววิหคนิวส์
#รวมพลังแผ่นดิน #กกต #ฮั้วสว #เลือกตั้งสว2567 #มาตรา62 #ศาลฎีกา #วุฒิสภา #นิติรัฐ #กระบวนการเลือกตั้ง










