เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 เดือด! “ดิเรกฤทธิ์” ชี้ 5 ระดับสะเทือน มติ กกต.คดีฮั้ว สว. ปมประธานอ้างประสบการณ์ผู้พิพากษา 38 ปี

🚨 เดือด! “ดิเรกฤทธิ์” ชี้ 5 ระดับสะเทือน มติ กกต.คดีฮั้ว สว. ปมประธานอ้างประสบการณ์ผู้พิพากษา 38 ปี

25 September 2026
10   0

วันที่ 25 กันยายน 2569 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต เผยแพร่ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กที่ตรวจสอบยืนยันแล้ว กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า การที่ประธาน กกต. อ้างประสบการณ์การเป็นผู้พิพากษา 38 ปีประกอบการชี้แจงการใช้ดุลพินิจ อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรและกระบวนการที่เกี่ยวข้องใน 5 ระดับ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. แถลงผลการพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดย กกต.มีมติเสียงข้างมากส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จากทั้งหมด 427 ราย ขณะที่กลุ่มนักการเมืองและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหาจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกส่งดำเนินคดีในสำนวนดังกล่าว

นายณรงค์อธิบายถึงการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน โดยระบุว่า ตนมีประสบการณ์ในศาลและทำหน้าที่ผู้พิพากษามา 38 ปี และเห็นว่าพยานสำคัญ 3 รายไม่มีความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรก เนื่องจากให้การภายหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานและมีประเด็นขัดแย้งกับคำให้การเดิม นอกจากนี้ กกต.ระบุว่าไม่พบเส้นทางการเงินที่ยืนยันความผิดของผู้ถูกกล่าวหากลุ่มดังกล่าว และไม่สามารถยืนยันเนื้อหาการสนทนาจากประวัติการติดต่อทางโทรศัพท์ได้

ดร.ดิเรกฤทธิ์ระบุว่า ผลกระทบจากกรณีดังกล่าวอาจครอบคลุมอย่างน้อย 5 ระดับ

1. กกต.

ดร.ดิเรกฤทธิ์ระบุว่า อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นว่า กกต. ใช้อำนาจอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และเป็นกลางหรือไม่

2. ศาลและสถาบันตุลาการ

ระบุว่า หากนำประสบการณ์การเป็นผู้พิพากษามาใช้ประกอบการรับรองความถูกต้องของดุลพินิจส่วนบุคคล อาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าแนวคิดหรือการตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนมาตรฐานของตุลาการโดยทั่วไป ทั้งที่เป็นคนละบทบาทและคนละกระบวนการ

3. กระบวนการยุติธรรมและหลักนิติรัฐ

ดร.ดิเรกฤทธิ์ระบุว่า ความเชื่อมั่นอาจได้รับผลกระทบ หากประชาชนเห็นว่า “ประสบการณ์” ถูกนำมาใช้แทนการอธิบายพยานหลักฐาน เหตุผล และฐานกฎหมาย พร้อมระบุว่า การใช้อำนาจของ กกต.ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและมาตรฐานพยานหลักฐานตามกฎหมาย

4. วุฒิสภาและกระบวนการได้มาซึ่ง สว.

ระบุว่า หากข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือก สว. ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเพียงพอ อาจมีการตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของผู้ได้รับเลือกและการใช้อำนาจของวุฒิสภา

5. ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระโดยรวม

ดร.ดิเรกฤทธิ์ระบุว่า หากองค์กรตรวจสอบถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการอธิบายการใช้ดุลพินิจ ผลกระทบอาจขยายไปถึงความเชื่อมั่นต่อระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยรวม

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง กกต.ลงมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ให้ส่งผู้ถูกกล่าวหา 77 รายไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขณะที่ประธาน กกต.ชี้แจงเหตุผลของการยกคำร้องในบางส่วนโดยเน้นน้ำหนักและความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน รวมถึงการไม่พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงตามข้อกล่าวหา

สำหรับกระบวนการพิจารณาสำนวน กกต.ระบุว่าสำนวนคดีมีเอกสารรวมประมาณ 75,722 หน้า และคณะกรรมการพิจารณาสำนวนหลายครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569 ก่อนลงมติชี้ขาดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569

สำนักข่าววิหคนิวส์

#ดิเรกฤทธิ์เจนครองธรรม #กกต #ฮั้วสว #เลือกตั้งสว2567 #ณรงค์กลั่นวารินทร์ #ศาลฎีกา #วุฒิสภา #กระบวนการยุติธรรม