เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ลงนามใน “คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ” เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินกระบวนพิจารณา โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการปฏิบัติต่อบุคคลทุกเพศโดยปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปบนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค เพื่อให้บุคคลทุกเพศที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีได้รับความคุ้มครองและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
⚖️ 6 ข้อกำหนดสำคัญ วางแนวทางศาลตั้งแต่สืบพยานถึงพิพากษา
ข้อ 1 การพิจารณาพิพากษาคดี
ศาลพึงปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความเสมอภาค เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปราศจากอคติ และหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งเพศ
รวมถึงต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางเพศ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อายุ และสภาพทางกาย
ข้อ 2 การสืบพยาน
ศาลพึงระมัดระวังการตั้งคำถามเกี่ยวกับเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศ หากคำถามนั้นไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดี และอาจทำให้บุคคลถูกเปิดเผย ประจาน อับอาย ถูกตีตรา หรือถูกลดทอนศักดิ์ศรี
การบันทึกคำพยานต้องปราศจากอคติทางเพศ และเรื่องเกี่ยวกับเพศของพยานหรือคู่ความไม่ควรมีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน หากไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงแห่งคดี
ข้อ 3 คดีสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
สำหรับคดีครอบครัว คดีมรดก คดีแรงงาน หรือคดีในลักษณะเดียวกัน ศาลพึงแสวงหาแนวทางตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีความแตกต่างทางเพศอย่างเหมาะสม
ข้อ 4 คดีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ
ศาลพึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย และดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลีกเลี่ยงการซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจ
มาตรการที่ศาลอาจพิจารณาใช้ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย การพิจารณาคดีเป็นการลับ การแยกเก็บเอกสารหรือภาพที่ไม่ควรเปิดเผย การไต่สวนโดยฉุกเฉิน การกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ และการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายเข้าถึงบริการบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยา
ในการพิพากษาคดี ศาลพึงคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เสียหายอย่างรอบด้าน กำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญาตามความร้ายแรงของการกระทำ รวมถึงมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ การบำบัด ฟื้นฟู เยียวยา และค่าเสียหายทางแพ่งที่ครอบคลุมความเสียหายทางจิตใจอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วน และมีประสิทธิภาพ
ข้อ 5 คดีอาญา
ในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว การกำหนดโทษ มาตรการบังคับทางอาญา และมาตรการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ศาลพึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิหลังและปัจจัยด้านเพศที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
รวมถึงประวัติการถูกล่วงละเมิด การถูกกระทำด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หรือการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ตลอดจนสภาพร่างกายและจิตใจ เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะหลังคลอด ความบอบช้ำทางจิตใจ ความกดดันในชีวิต หรือภาวะเสพติด
ศาลพึงคำนึงถึงภาระและบทบาทต่อครอบครัว โดยเฉพาะการเลี้ยงดูบุตร ผู้สูงอายุ หรือบุคคลที่ต้องพึ่งพิง รวมทั้งภาระด้านเศรษฐกิจ เพื่อนำข้อมูลประกอบการใช้ดุลพินิจในการออกคำสั่งและคำพิพากษา
นอกจากนี้ ศาลพึงพิจารณามาตรการที่มิใช่การคุมขังให้สอดคล้องกับความจำเป็นตามสภาพ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เสียหายและความปลอดภัยของสังคมประกอบด้วย
ข้อ 6 สำนักงานศาลยุติธรรม
ให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบงานเพื่อให้การปฏิบัติตามคำแนะนำมีประสิทธิภาพ ทบทวนระบบงานเป็นระยะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล
พร้อมส่งเสริมการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศอย่างต่อเนื่อง
นายสุริยัณห์กล่าวว่า คำแนะนำของประธานศาลฎีกาฉบับนี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีที่คำนึงถึงมิติทางเพศสภาพ วางแนวทางสำหรับคดีเกี่ยวกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ และส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิ รวมถึงการป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งเพศ
สำนักข่าววิหคนิวส์
#ศาลฎีกา #ประธานศาลฎีกา #ความเสมอภาคทางเพศ #กระบวนการยุติธรรม #สิทธิมนุษยชน #ศาลยุติธรรม #เพศสภาพ
