23 กันยายน 2569
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า ในระบบรัฐสภา พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และสิ่งที่คาดหวังคือการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก่อนมีการประกาศปรับองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมมาโดยตลอด และก่อนประกาศปรับองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน พรรคประชาชนพยายามประสานไปยังพรรคกล้าธรรมแล้ว
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากการที่ พรรคกล้าธรรมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งสวนทางกับมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับท่าทีของพรรคกล้าธรรมเกี่ยวกับการร่วมยื่นและลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่มีความชัดเจน (thaipbs.or.th)
พริษฐ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการหารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และตกลงร่วมกันปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้กลไกดังกล่าวใช้กับพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมมี สส. 58 คน พริษฐ์ระบุว่าจะยังประสานงานกับตัวแทนพรรคต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิของ สส.กล้าธรรมในฐานะผู้แทนราษฎร เช่น เวลาอภิปรายในวาระทั่วไปและการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่ ขณะที่โควตากลไกที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของฝ่ายค้านจะจัดสรรให้กับพรรคที่ร่วมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตามโครงสร้างใหม่ (thairath.co.th)
สำหรับคำถามว่า การปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านจะกลายเป็นการ “ประเคนเสียงให้รัฐบาล” หรือเป็นลักษณะ “MOA ภาค 2” หรือไม่ นายณัฐพงษ์ระบุว่า ควรสอบถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่าจะเพิ่มเสียงให้ฝ่ายใด พร้อมย้ำว่าประเด็นสำคัญคือการเคารพการทำงานของวิปฝ่ายค้าน
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีการลงมติร่างงบประมาณว่า ก่อนหน้านี้มีการหารือกันถึงแนวทางการลงมติ แต่เมื่อถึงวันลงมติ พรรคกล้าธรรมเปลี่ยนท่าทีหลังจากหารือภายในพรรค โดยเขาเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้การประสานงานของวิปฝ่ายค้านและผู้นำฝ่ายค้านทำได้ยากขึ้น
ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมใส่นาฬิกาที่สลักชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายณัฐพงษ์ระบุว่า ขออ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับนายอนุทินว่าไม่มีข้อขัดแย้งและดำเนินไปด้วยดี พร้อมระบุว่าประเด็นสำคัญกว่าคือการทำหน้าที่ของ สส.ในสภาว่าอยู่ในบทบาทฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
พริษฐ์ยืนยันว่า การปรับองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มเสียงให้รัฐบาล แต่เป็นการจัดกลไกการทำงานของฝ่ายค้านให้มีความชัดเจนมากขึ้น (thaipbs.or.th)
ภายหลังการปรับโครงสร้าง พรรคฝ่ายค้านที่พริษฐ์ระบุว่าจะอยู่ในองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง พร้อมเตรียมเดินหน้าจัดทำญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยพริษฐ์ระบุว่าจะจัดทำญัตติให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 (matichon.co.th)
ทั้งนี้ การที่พรรคกล้าธรรมถูกปรับออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ยังไม่เท่ากับการยืนยันว่าพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล โดยรายงานข่าวที่เผยแพร่ในช่วงวันที่ 22–23 กันยายน 2569 ยังระบุว่าประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการจับตาทิศทางทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม (kaohoon.com)
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Thai PBS / ไทยรัฐ / มติชน / The Reporters
#สำนักข่าววิหคนิวส์ #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #พริษฐ์วัชรสินธุ #พรรคประชาชน #พรรคกล้าธรรม #วิปฝ่ายค้าน #รัฐสภา #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #อนุทินชาญวีรกูล #การเมืองไทย #23กันยายน2569
