ก่อนออกเดินทางไกล ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดน 3 ประเทศ “ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-อังกฤษ” 7 วัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้แสดงอาการ “หวั่นไหว” หรือกังวล ถึงการเคลื่อนไหว “ขยายผล” ขยายแผล จาก “คดีฮั้วสว.”
โดยนายกฯอนุทิน บอกกับสื่อว่า ทุกการเคลื่อนไหว ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งย้ำอีกครั้งว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวกับเรื่องฮั้วสว. ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องประเมินอะไร ว่าทำไม ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ !
💥การเคลื่อนไหว ที่กลายเป็น “หนังภาคต่อ” เมื่อ “มติกกต.” เมื่อวันที่ 14 ก.ย.69 ให้ส่งฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ทั้งสิ้น 77 รายซึ่งเป็น “ผู้ถูกร้อง” เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการเปิดหน้าแถลงข่าว การจัดกิจกรรมเปิดข้อมูล ผ่านเวทีสัมมนา ควบคู่ไปกับการโลกโขเชียล
⚡️เพื่อตีแผ่และนำเสนอให้เห็นว่า ทำไมผู้คนจึงมีข้อกังขา มติกกต.เสียงข้างมาก แต่ต่างพากัน “รับฟัง” เสียงข้างน้อย ทั้ง “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” และ “ชาย นครชัย” 2 กกต .ที่เห็นต่างออกไปว่า “นักการเมือง” ของพรรคภูมิใจไทย คือ “ช้างตัวใหญ่” ที่เกี่ยวข้องกับ การฮั้วเลือกสว.เมื่อปี 2567 โดยทำกันเป็นเครือข่าย กระบวนการ
น่าสนใจว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย กับ กกต. โดยเฉพาะ “เสียงข้างมาก” เหมือน “กอดคอ” กันรับมือกับแรงกดดัน โดยไม่ได้นัดหมาย ในท่ามกลางกระแสข่าวลือที่สะพัดว่า หากพรรคภูมิใจไทย “ไปต่อไม่ไหว” ดังนั้น ตัวเลือกใหม่ จะเป็นใคร ขึ้นมาแทน
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นสูตรสมการแบบไหน ก็ดูเหมือนว่า “พรรคเพื่อไทย” ถูกวางให้อยู่ในสูตรดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น แดงบวก ส้ม หรือ แดงบวกเขียน อย่างพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่กำลัง “เนื้อหอม” ในฐานะตัวแปรทางการเมือง “58 เสียง”
⚠️ท่าทีของพรรคกล้าธรรม ที่ “เทโหวต” หนุน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในสภาฯที่ผ่านมา จนทำให้ นายกฯอนุทิน ถึงกับเอ่ยปากขอบคุณ นั้นแม้เบื้องหน้าคือ บรรยากาศของ มิตรไมตรี ระหว่างนายกฯอนุทิน กับร.อ.ธรรมนัส แต่ไม่ได้หมายความว่า พรรคกล้าธรรม 58 สส. ตัดสินใจ เลือกแล้วว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคสีน้ำเงิน เป็นคำตอบสุดท้าย
โดยเฉพาะเมื่อประเมินจาก ท่าทีและปฏิกิริยา ของผู้คน ตลอดจน ทิศทางลมที่อาจจะเปลี่ยนทิศ แม้นายกฯอนุทิน จะแสดงออกว่า เขาเองไม่ได้กังวลใดๆทางการเมือง ก็ตาม
⚡️เพราะอย่าลืมว่าในห้วงเวลาเดียวกัน กลับมีรายงานว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งเวลานี้อยู่ในฐานะ “พรรคอันดับสอง” อีกทั้ง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯและรมว.อว. ทายาทจากบ้านชินวัตรยังอยู่ในสถานะที่เรียกว่า “ฟอร์มสด” ยังไม่มีแผลทางการเมือง
เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ กระแสข่าวว่า พรรคกล้าธรรมจะยุบพรรคแล้วไปอยู่กับ พรรคเพื่อไทย และเป็นประเด็นที่คนในพรรคเพื่อไทยเอง ต่างพูดถึงประเด็นนี้ โดยมีการขมวดทิ้งท้ายว่า “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกฯ อาจจะมองต่างออกไป จากผู้เป็นพ่อ
อย่างไรก็ดี ในท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูเหมือนจะนิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยคลื่นลม ที่สะท้อนถึงความไม่แน่นอน อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
ดังนั้นการตัดสินใจเลือกเส้นทางใดๆ สำหรับพรรคกล้าธรรม จึงอาจไม่ต้องเร่งรีบ เพราะปัญหาทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ย่อมไม่มีอะไรกระทบถึงพรรคสีเขียวด้วยซ้ำ !
สำนักข่าววิหคนิวส์
#ภูมิใจไทย #คดีฮั้ว #สว #กกต #อนุทิน #ช้างตัวใหญ่ #กระแสต้าน
#พรรคกล้าธรรม #ตัวแปรการเมือง #สมการการเมือง #การเมือง #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ
