19 กันยายน 2569
กรุงเบอร์ลิน — พลโท คาร์สเตน บรอยเออร์ (Carsten Breuer) นายทหารระดับสูงของกองทัพเยอรมนี ออกมาเน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งเสริมขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ โดยมองว่าการรับมือภัยคุกคามในอนาคตไม่สามารถพึ่งพากองทัพเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรมด้วย
บรอยเออร์ระบุว่า เยอรมนีจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบผสม (Hybrid Threats) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการทหาร ไซเบอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยอื่นที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ก่อนหน้านี้ บรอยเออร์ได้ระบุหลายครั้งว่า ปี 2029 เป็นกรอบเวลาที่เยอรมนีและ NATO ใช้ในการวางแผนความพร้อม เนื่องจากมีการประเมินว่ารัสเซียอาจมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ต่อดินแดน NATO ได้ โดยย้ำว่าไม่ได้หมายความว่ารัสเซียจะโจมตีในปีดังกล่าว แต่เป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือได้
ด้านกองทัพเยอรมนีตั้งเป้าเพิ่มกำลังพลรวมทั้งกำลังประจำการและกำลังสำรองเป็นประมาณ 460,000 นาย โดยตัวเลขดังกล่าวประกอบด้วยกำลังพลประจำการและกำลังสำรอง และเป็นเป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถในช่วงหลายปีข้างหน้า ไม่ใช่การเพิ่มกำลังพลในทันที
บรอยเออร์ยังเคยเน้นย้ำแนวคิดเรื่อง “ความพร้อมของทั้งสังคม” โดยมองว่าการสร้างความสามารถในการป้องกันประเทศจำเป็นต้องประสานงานระหว่างฝ่ายการเมือง ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และกองทัพ เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน เยอรมนีกำลังพัฒนาระบบกำลังสำรองและโครงสร้างการป้องกันประเทศ โดยกองทัพเยอรมนีระบุว่ากำลังสำรองประมาณ 200,000 นาย เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างกำลังที่วางไว้สำหรับการป้องกันประเทศในอนาคต
การเตรียมความพร้อมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินด้านความมั่นคงของเยอรมนีและ NATO ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องปรามและการป้องกันประเทศจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงในยุโรป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Bundeswehr, Reuters, DW และ Tagesschau
#เยอรมนี #CarstenBreuer #กองทัพเยอรมนี #NATO #รัสเซีย #ความมั่นคงยุโรป #สงคราม #กองกำลังสำรอง #ข่าวต่างประเทศ #สำนักข่าววิหคนิวส์
