19 กันยายน 2569
ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงการจัดเสวนาเรื่อง “คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า ราชบัณฑิตยสภาเป็นองค์กรทางวิชาการ ทำหน้าที่นำความรู้และข้อเท็จจริงสู่สังคม โดยยืนยันว่าเวทีดังกล่าวไม่ได้จัดขึ้นเพื่อเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล กล่าวว่า ราชบัณฑิตยสภามีโครงการ “ราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม” จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยเลือกประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังสนใจมาพูดคุยในเชิงวิชาการ สำหรับกรณีคดีฮั้วเลือก สว. เห็นว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนติดตามและต้องการความชัดเจน จึงจัดเวทีเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของ กกต.
“เราก็จะเลือกเรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เรื่องที่สังคมกำลังสนใจอยู่ มาพูดคุยกันเพื่อให้ความรู้แก่สังคมและประชาชน”
นายกราชบัณฑิตยสภาย้ำว่า การจัดเวทีดังกล่าวเป็นการให้ความรู้ในเชิงวิชาการ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดสินว่าใครถูกหรือผิด พร้อมกล่าวถึงบทบาทของราชบัณฑิตยสภาว่า
“ราชบัณฑิตยสภาเป็นองค์กรทางวิชาการ ถือว่าเป็นองค์กรแห่งปัญญาและคุณธรรม และเป็นที่พึ่งพาของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อย่ากังวลนะครับ เราไม่เข้าใครออกใครครับ”
สำหรับเหตุผลที่เลือกประเด็น “คดีฮั้ว ส.ว.” ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล ระบุว่า เป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมกำลังติดตาม และขณะนี้ยังมีประเด็นที่สังคมต้องการข้อมูลและความเข้าใจเพิ่มเติม
“เรื่องนี้ผมก็ว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวที่สังคมกำลังติดตามกันอยู่ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะออกไปทางทิศทางไหน”
เปิดเวที 30 กันยายน ดึง “สิทธิโชติ” ร่วมเสวนา
เวทีเสวนาจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 10.00–12.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และถ่ายทอดผ่าน Facebook Live ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา, ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยมี ศ.พิเศษ กฤษฎา บุณยสมิต เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
สำนักงาน กกต.ระบุว่า นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2567
ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล ระบุเพิ่มเติมว่า การเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์จากศาล องค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรม รวมถึง กกต.เสียงข้างน้อย มาร่วมเวที เป็นส่วนหนึ่งของการนำข้อมูลและมุมมองทางวิชาการมาแลกเปลี่ยนต่อสาธารณะ
“ทั้งหมดเป็นเรื่องของทางวิชาการทั้งสิ้น เพราะราชบัณฑิตยสภาเป็นองค์กรทางวิชาการ ถือว่าเป็นองค์กรแห่งปัญญาและคุณธรรม”
ก้าวสู่ศตวรรษใหม่ ชู “ปัญญานำชาติ คุณธรรมนำสังคม”
ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล ยังกล่าวถึงทิศทางของราชบัณฑิตยสภาในวาระครบรอบ 100 ปีว่า ต้องการขยายบทบาทจากงานด้านภาษาและวัฒนธรรมไปสู่การเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่มีส่วนต่ออนาคตของประเทศ โดยมีการจัดประชุมวิชาการเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและจัดทำเป็น “สมุดปกขาว” เสนอต่อรัฐบาล
“เราจะต้องมีวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อให้ราชบัณฑิตยสภาเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของภาษาหรือวัฒนธรรม แต่เราต้องเป็นประโยชน์สำหรับอนาคตของประเทศชาติด้วย”
พร้อมย้ำปณิธานของราชบัณฑิตยสภาว่า “ปัญญานำชาติ คุณธรรมนำสังคม” โดยมองว่าการแก้ไขปัญหาของประเทศต้องอาศัยทั้งความรู้ เหตุผล และคุณธรรมควบคู่กัน
“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะต้องท้อถอย เป็นเรื่องท้าทายมากกว่าครับ เราต้องคิดว่าจะทำให้สังคมเราดีขึ้นยังไง”
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา / สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง / มติชน / PPTVHD36
#ราชบัณฑิตยสภา #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #สิทธิโชติอินทรวิเศษ #กกต #สุรพลอิสรไกรศีล
