15 กันยายน 2569 — นายไพศาล พืชมงคล แสดงความคิดเห็นถึงกรณีการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมชี้ว่า อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผิดหรือไม่ควรเป็นอำนาจของศาล
ไพศาลระบุว่า หลักการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. อาจมีปัญหาทั้งในแง่รัฐธรรมนูญและกฎหมาย หาก กกต.นำหลักว่า “ต้องมีหลักฐานเป็นที่เชื่อถือได้” มาใช้เป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย
“หลักวินิจฉัย คดีฮั้ว สว. ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะไปใช้หลักว่า ‘ต้องมีหลักฐานเป็นที่เชื่อถือได้’ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับที่กฎหมายบัญญัติให้วินิจฉัย”
นายไพศาลยังระบุถึงหลักที่เห็นว่ากฎหมายกำหนดไว้ว่า หากมีกรณีเป็นที่สงสัย ก็ควรส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดว่ามีความผิดหรือไม่
“ถ้ามีกรณีเป็นที่สงสัย ก็ต้องส่งศาล และเป็นอำนาจศาลที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าผิดหรือไม่ ไม่ใช่ กกต.ตั้งตัวเป็นศาลเสียเอง”
พร้อมกันนี้ ไพศาลตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการใช้หลักวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ อาจส่งผลต่อการดำเนินคดีฮั้ว สว. และอาจก่อให้เกิดข้อครหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว
“การจงใจใช้หลักวินิจฉัย ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงอาจก่อให้เกิดการเอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการฮั้ว สว.ครั้งนี้ ซึ่ง กกต.จะต้องรับผิดชอบ”
ความเห็นดังกล่าวจึงโยนคำถามสำคัญกลับไปยัง กกต.ว่า ในการพิจารณาคดีฮั้ว สว. กกต.ควรทำหน้าที่เพียงกลั่นกรองและส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล หรือสามารถวินิจฉัยในระดับใดได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดข้างต้นเป็น ความเห็นของนายไพศาล พืชมงคล ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาล และข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ยังต้องมีพยานหลักฐานและกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
