ข่าวประจำวัน » ด่วน“สนธิญา” บุก !! แจ้งจับ “ยิ่งชีพ–เท้ง–ไอติม–ไหม” ปมชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ

ด่วน“สนธิญา” บุก !! แจ้งจับ “ยิ่งชีพ–เท้ง–ไอติม–ไหม” ปมชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ

15 September 2026
41   0

15 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองสายน้ำเงิน  เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ขอให้ตรวจสอบการชุมนุมบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 กันยายน 2569 ว่ามีการกระทำใดเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 หรือไม่

บุคคลที่นายสนธิญาร้องให้ตรวจสอบมีทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน

นายสนธิญาอ้างว่า ในวันดังกล่าวได้เข้าไปสังเกตการณ์ภายในพื้นที่ชุมนุมประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานประมาณ 30 รูป และพบป้ายประชาสัมพันธ์ของ สน.ปทุมวันเกี่ยวกับข้อจำกัดทางกฎหมายสำหรับการชุมนุมในพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน

จึงนำข้อมูลดังกล่าวประกอบการร้องทุกข์ พร้อมอ้างถึงคดี “แฟลชม็อบ” เมื่อปี 2562 ซึ่งศาลแขวงปทุมวันมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 และระบุว่าคดีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

“ตัดไฟแต่ต้นลม” หวั่นชุมนุมซ้ำ

นายสนธิญาระบุว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้เป็นการขอให้ตำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง ไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลที่ถูกร้องกระทำความผิดหรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม นายสนธิญามองว่า หากปล่อยให้มีการชุมนุมโดยไม่มีมาตรการใด ๆ อาจเกิดการชุมนุมซ้ำขึ้นอีก จึงใช้แนวทางที่เรียกว่า “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” ด้วยการแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำผิด

พร้อมตั้งคำถามถึงแกนนำพรรคประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมว่า ทราบหรือไม่ว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการชุมนุมมาก่อน

ชี้สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

เมื่อถูกถามว่าการแจ้งความครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมหรือไม่ นายสนธิญาระบุว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการดำเนินการ แต่หากการใช้สิทธิดังกล่าวไปกระทบสิทธิของบุคคลอื่นหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

นายสนธิญายังอ้างถึงประเด็นพื้นที่ชุมนุมว่าอยู่ในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน และเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนข้อเรียกร้องในการชุมนุม นายสนธิญามองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างไอลอว์ พรรคประชาชน และ กกต. กับพรรคภูมิใจไทย พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด และเข้าดำเนินการในฐานะประชาชนที่ต้องการให้ทุกฝ่ายยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเป็นหลัก

จับตาปลาย ก.ย. ปมบาร์โค้ด–QR Code

นายสนธิญายังกล่าวถึงสถานการณ์หลังจากนี้ว่า เชื่อว่าการชุมนุมอาจยังไม่ยุติ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดพิจารณาคดีเกี่ยวกับ บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง

พร้อมแสดงความเห็นว่า หากต่อไป กกต.ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาแล้วผลไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ชุมนุม อาจเกิดการตีความว่าศาลอยู่คนละฝ่าย จึงเรียกร้องให้ประชาชนแยกแยะว่าแต่ละฝ่ายต้องการอะไรและมีจุดยืนอย่างไร

นายสนธิญายังเรียกร้องให้พรรคประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตร พร้อมมองว่าปัญหารัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้ง และคดีฮั้วเลือก สว. ไม่ควรกลบปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชนในเวลานี้

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: Nation Online / นายสนธิญา สวัสดี วันที่ 15 กันยายน 2569

#สนธิญา #ยิ่งชีพ #ณัฐพงษ์ #พริษฐ์ #ศิริกัญญา #พรรคประชาชน #พรบชุมนุม #หอศิลป์ #การชุมนุม #การเมืองไทย