ข่าวประจำวัน » ประชาธิปัตย์ แถลงต้าน !! มติ กกต.“อภิสิทธิ์” ซัดตัดตอนคดีฮั้ว สว. จี้ DSI ขยายผลแถมจัดทีมฟ้อง 157

ประชาธิปัตย์ แถลงต้าน !! มติ กกต.“อภิสิทธิ์” ซัดตัดตอนคดีฮั้ว สว. จี้ DSI ขยายผลแถมจัดทีมฟ้อง 157

15 September 2026
47   0

15 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. นายราเมศ รัตนะเชวง รองเลขาธิการพรรค และ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีส่งผู้สมัคร สว. 77 คน ดำเนินคดีต่อศาลฎีกาในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า มติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ไม่ใช่จุดจบของคดี แต่เป็นเพียง “จุดเริ่มต้นของบทใหม่” โดยตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มีมติให้ดำเนินคดีกับบุคคลเพียง 77 คน ขณะที่ข้อเสนอของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีจำนวนมากกว่านั้น และยังแตกต่างจากความเห็นของรองเลขาธิการ กกต.

นายอภิสิทธิ์เห็นว่า กกต.กำลังนำมาตรฐานการพิสูจน์ในคดีอาญาที่ต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัย มาใช้กับกระบวนการคดีเลือกตั้ง ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจ กกต.ดำเนินการเมื่อมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การที่ กกต.ชี้มูลตั้งแต่ข้อกล่าวหาที่ 3 ถึง 7 สะท้อนพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็น “ขบวนการ” แต่บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น “ผู้อื่น” ซึ่งถูกส่งฟ้อง กลับเป็นบุคลากรของพรรคการเมืองเดียวกัน ขณะที่ยังไม่มีการขยายผลไปถึงผู้ที่อาจเป็นตัวการหรือผู้วางแผนอยู่เบื้องหลัง

ตั้งคำถามหนัก ปมพยานกลับคำ

นายอภิสิทธิ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีประธาน กกต.อ้างถึงพยานรายหนึ่งที่กลับคำให้การ โดยให้เหตุผลว่าพยานมีความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากย้ายไปอยู่พรรคกล้าธรรม

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ทั้งสองพรรคไม่ได้อยู่ในภาวะขัดแย้งกัน และพยานรายดังกล่าวให้การครั้งแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล จึงตั้งคำถามว่า หากพยานถูกข่มขู่หรือเกรงกลัวอำนาจรัฐ เหตุใดจึงไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ให้การครั้งแรก แต่กลับมาทำหนังสือกลับคำให้การในภายหลัง โดยไม่ได้ระบุชัดว่าถูกใครข่มขู่ เมื่อใด และอย่างไร

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังตั้งคำถามว่า พยานรายนี้เดิมเป็นผู้ถูกกล่าวหา ก่อนถูกกันไว้เป็นพยาน และเมื่อเจ้าตัวออกมายอมรับว่าคำให้การเดิมเป็นเท็จ เหตุใด กกต.หรืออนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 จึงไม่ดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จ หรือพิจารณานำสถานะกลับมาเป็นผู้ถูกกล่าวหา

จี้ DSI เดินหน้าคดีอั้งยี่–ฟอกเงิน

สำหรับแนวทางหลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะดำเนินการ 3 ส่วนสำคัญ

หนึ่ง จี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เดินหน้าสอบสวนและขยายผลคดีอาญา รวมถึงคดีอั้งยี่และฟอกเงินต่อทันที หลัง กกต.มีมติในส่วนของคดีเลือกตั้งแล้ว พร้อมเรียกร้องรัฐบาลไม่ให้แทรกแซงหรือโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสำนวน

สอง เรียกร้องให้ กกต.ส่งสำนวนของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ฉบับเต็มให้ศาลฎีกา เพื่อให้ศาลใช้กระบวนการไต่สวนตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด หากศาลพบความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นนอกเหนือจาก 77 คน นายอภิสิทธิ์เห็นว่า กกต.จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม ไม่สามารถยุติคดีไว้เพียงเท่านี้

สาม พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจัดทีมกฎหมายให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ทั้ง สว.สำรองและผู้สมัครในระดับต่าง ๆ ที่ติดต่อขอความช่วยเหลือ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อ กกต. รวมถึงแนวทางตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 172 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

จี้เปิดมติรายบุคคล

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยคำวินิจฉัยของกรรมการแต่ละคน พร้อมเหตุผลอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

พร้อมตั้งคำถามต่อเหตุผลของผู้ถูกกล่าวหาบางรายที่ระบุว่า “โทรหากันแต่ไม่รู้คุยเรื่องอะไร” หรือ “ไปอยู่โรงแรมเดียวกันแต่ไม่ได้ประชุมกัน” โดยเห็นว่า กกต.ควรแสวงหาข้อเท็จจริงต่อว่า หากไม่ได้พบหรือพูดคุยกันเรื่องการเลือกตั้ง สว. แล้ว เหตุใดจึงมีการติดต่อหรือไปรวมตัวกันในสถานที่ดังกล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่มีการอ้างว่าไปพบกันเพื่อพูดคุยเรื่อง “ไก่งวง” ว่า อย่างน้อยยังมีคำอธิบายถึงเหตุผลของการพบกัน แต่สำหรับบางรายยังไม่มีคำชี้แจงถึงเหตุผลที่ไปรวมตัวกันที่โรงแรมดังกล่าว มีเพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหา

สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: พรรคประชาธิปัตย์ / การแถลงข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันที่ 15 กันยายน 2569
#ฮั้วสว #กกต #อภิสิทธิ์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DSI #เลือกตั้งสว #มาตรา157