วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 16:24 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยเหตุผลกรณี กกต.มีมติเสียงข้างมาก ไม่ส่งเรื่องกรรมการบริหารพรรคการเมืองและผู้เกี่ยวข้องบางส่วนไปยังศาลฎีกา ในคดีฮั้วเลือก สว.
โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือข้อกล่าวหาตามมาตรา 76 ซึ่งมีผู้ถูกร้องเกี่ยวข้องกับกรณีถูกกล่าวหาว่าเข้าไปช่วยเหลือผู้สมัคร สว. โดยในสำนวนมีชื่อบุคคลหลายราย รวมถึง นายเนวิน ชิดชอบ
นายณรงค์อธิบายว่า การพิจารณาต้องดูทั้งข้อกล่าวหา คำชี้แจง พยานหลักฐาน และสำนวนทั้งหมด ไม่สามารถพิจารณาจากคำให้การของพยานเพียงปากเดียวได้
🔴 พยานรหัส 16 อ้าง 4 เหตุการณ์
ประธาน กกต.ระบุว่า พยานรหัส 16/26 ให้ถ้อยคำเกี่ยวกับ 4 เหตุการณ์ที่อ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับการวางแผนฮั้วเลือก สว.
เหตุการณ์แรก พยานอ้างว่า กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล มีส่วนร่วมวางแผนเกี่ยวกับการเลือก สว. รวมถึงการศึกษาระเบียบและจัดทำโปรแกรมออฟไลน์
เหตุการณ์ที่สอง พยานอ้างว่าเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ มีการประชุมที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมีการบรรยายวิธีดำเนินการตามแผน และกล่าวอ้างว่านายเนวินและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งอยู่หัวโต๊ะ
เหตุการณ์ที่สาม พยานอ้างถึงการเดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 เพื่อจัดทำโพย โดยกล่าวถึงบุคคลอื่นเข้าร่วมด้วย
และเหตุการณ์ที่สี่ พยานอ้างว่าหลังการเลือก สว.ระดับประเทศ มีการนำ สว.ในสายไปรับมอบนโยบายจากนายเนวินที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ปฏิเสธข้อกล่าวหา
⚡ ประธาน กกต.ชี้ “ไม่มีเส้นเงิน-ไม่มีวัตถุพยาน”
นายณรงค์ระบุว่า เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานในสำนวน ยังไม่พบหลักฐานอื่นที่สามารถเชื่อมโยงคำให้การดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นภายในพรรคภูมิใจไทย มีพยานหลักเพียงรหัส 16/26 ที่ให้การ ขณะที่ไม่พบภาพถ่าย หลักฐานการสื่อสาร เครื่องมือ หรือหลักฐานเกี่ยวกับโปรแกรมที่ถูกกล่าวอ้าง
ส่วนกรณีการกล่าวอ้างว่ามีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลนั้น ประธาน กกต.ระบุว่า ไม่ปรากฏเส้นทางการเงินว่าเงินถูกจ่ายให้ใคร ใครเป็นผู้รับ และจ่ายกันอย่างไร
จึงมองว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนเพียงพอ
💥 พยานประกอบก็ไม่สอดคล้อง
นอกจากพยานรหัส 16/26 แล้ว ยังมีพยานรหัส 21/26 และ 22/26 ซึ่งเป็น สว.ทั้งคู่
แต่เมื่อเปรียบเทียบรายละเอียดคำให้การ พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ บุคคล และลำดับเหตุการณ์ ไม่ได้เชื่อมโยงสอดคล้องกันอย่างชัดเจน
ประธาน กกต.จึงระบุว่า น้ำหนักของพยานประกอบยังไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงข้อกล่าวหาตามสำนวน
🚨 จุดเปลี่ยน! พยาน 3 ปากกลับคำ
ประเด็นสำคัญที่สุดที่ประธาน กกต.หยิบขึ้นมา คือ พยานทั้ง 3 ปากมีหนังสือถึงประธาน กกต. ขอเปลี่ยนหรือกลับคำให้การเดิม โดยระบุว่าพฤติการณ์ที่เคยกล่าวอ้างไว้ไม่เป็นความจริง
นายณรงค์ ซึ่งระบุว่าตนเคยอยู่ในกระบวนการยุติธรรมและทำหน้าที่ผู้พิพากษามานาน 38 ปี กล่าวว่า การชั่งน้ำหนักพยานที่กลับคำเป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง และในกรณีนี้เห็นว่าพยานทั้ง 3 ปาก มีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับพยานรหัส 16/26 ซึ่งเคยเป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย ก่อนถูกพรรคมีมติให้พ้นจากสมาชิกพรรค ภายหลังมีคดีที่ศาลจังหวัดขอนแก่น และต่อมามีข้อมูลว่าได้ย้ายไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม
ประธาน กกต.จึงระบุว่า ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการชั่งน้ำหนักพยานด้วย
นายณรงค์กล่าวด้วยว่า การที่พยานรหัส 16/26 เพิ่งมาให้ถ้อยคำและขอกันตัวเองเป็นพยานเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทำให้ กกต.ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังว่า พยานมีเหตุจูงใจหรือความขัดแย้งกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
พร้อมยืนยันว่า การวินิจฉัยของ กกต.อยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐาน
“เกราะคือปฏิบัติตามกฎหมาย” พร้อมขอโอกาสให้สังคมติดตามการทำงานของ กกต.ในระยะยาว และยืนยันว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่ผ่านมา พยายามทำงานและพัฒนาองค์กรตามกรอบกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: แถลงข่าวนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. วันที่ 14 กันยายน 2569
#กกต #ฮั้วสว #เลือกสว #เนวินชิดชอบ #อนุทิน #ภูมิใจไทย #คดีฮั้วสว #พยานรหัส16 #ข่าวด่วน #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
