8 กันยายน 2569 — เดือดกลางสภาข้ามคืน! พรรคประชาชนเปิดข้อมูลจากการนำจุดโครงการขุดบ่อน้ำบาดาลปี 2570 ไปพล็อตเทียบกับเขตเลือกตั้งของ สส.แต่ละพรรค พบว่า จากทั้งหมด 281 โครงการ วงเงิน 1,501 ล้านบาท มีโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เขต สส.พรรคภูมิใจไทยมากที่สุด 141 โครงการ วงเงิน 861.91 ล้านบาท หรือ 57.39%
ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะกลายเป็นศึกปะทะคารมและประท้วงกันอย่างดุเดือดระหว่าง สส.พรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เริ่มอภิปรายประเด็นดังกล่าวในช่วงประมาณ 18.04 น. ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มาตรา 17 งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ณัฐชาเปิดข้อมูลว่า จากโครงการขุดบ่อน้ำบาดาล 281 โครงการ 1,501 ล้านบาท เมื่อนำพื้นที่โครงการมาเทียบกับเขตเลือกตั้งของแต่ละพรรค พบตัวเลขดังนี้
พื้นที่ สส.ภูมิใจไทย 141 โครงการ 861.91 ล้านบาท หรือ 57.39%
พื้นที่ สส.เพื่อไทย 57 โครงการ 270 ล้านบาท
พื้นที่ สส.กล้าธรรม 52 โครงการ 198 ล้านบาท
พื้นที่ สส.พลังประชารัฐ 8 โครงการ 53 ล้านบาท
พื้นที่ สส.ไทรวมพลัง 9 โครงการ 48 ล้านบาท
พื้นที่ สส.พรรคประชาชน 8 โครงการ 47 ล้านบาท
พื้นที่ สส.ประชาธิปัตย์ 6 โครงการ 21 ล้านบาท
แต่จุดที่พรรคประชาชนตั้งคำถามหนัก ไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการที่กระจุกตัว
ณัฐชาระบุว่า เมื่อนำจุดโครงการไปเปรียบเทียบกับ แผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซากย้อนหลัง 8 ปี ช่วงปี 2560-2567 พบว่าหลายโครงการไม่สอดคล้องกับพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งตามข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบ พร้อมตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ขุดเจาะ
บรรยากาศเริ่มร้อนแรงขึ้นราว 21.45 น. เมื่อ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ลุกขึ้นชี้แจงตอบ
บุญจงระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.เขตจำนวนมาก และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชนบททั่วประเทศ ซึ่งประชาชนประสบปัญหาน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตร
พร้อมยืนยันว่า สส.ไม่มีอำนาจนำงบประมาณไปลงพื้นที่เอง หน้าที่ของ สส.คือสะท้อนปัญหาของประชาชนไปยังหน่วยงานราชการ ส่วนพื้นที่ใดจะได้รับการขุดเจาะเป็นกระบวนการพิจารณาของหน่วยงาน
ขณะที่ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การเสนอพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเลือกจุดขุดเจาะได้ตามใจ แต่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากหลายหน่วยงานและแผนด้านน้ำ
พร้อมชี้ว่า สส.พรรคประชาชนจำนวนมากอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและเขตเมือง ซึ่งประชาชนใช้ระบบประปาอยู่แล้ว แตกต่างจากพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลที่ยังต้องพึ่งพาน้ำบาดาล
การอภิปรายยิ่งเดือดเมื่อ สส.สองฝ่ายลุกประท้วงและตอบโต้กันต่อเนื่อง จนประธานในที่ประชุมต้อง ปิดไมโครโฟนหลายครั้ง และมีการสั่งให้ถอนคำพูดบางส่วน
ก่อนลงมติ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตไม่ใช่เหตุใดพรรคประชาชนจึงได้โครงการน้อย แต่คือเหตุใดโครงการจำนวนมากจึงกระจุกตัวในบางพื้นที่ และเหตุใดบางโครงการจึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่สอดคล้องกับพื้นที่ประสบภัยแล้ง
พร้อมกล่าวเตือนถึง รัฐธรรมนูญมาตรา 144 ซึ่งห้ามการเสนอ แปรญัตติ หรือกระทำการที่มีผลให้สมาชิกสภาหรือกรรมาธิการมีส่วนโดยตรงหรือโดยอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย
การประชุมลากยาวจนถึง 00.40 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 ก่อนประธานสั่งปิดประชุม และนัดพิจารณางบประมาณต่อในช่วงเช้า
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : สำนักข่าวอิศรา, ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, ศาลรัฐธรรมนูญ
#งบน้ำบาดาล #งบประมาณ2570 #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #ณัฐชา #ณัฐพงษ์ #สภา #กรมทรัพยากรน้ำบาดาล #วิหคนิวส์
