8 กันยายน 2569
อินโดนีเซียยังเผชิญสถานการณ์ภูเขาไฟหลายแห่งมีความเคลื่อนไหวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยทางการยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าการปะทุของภูเขาไฟแต่ละแห่งมีความเชื่อมโยงกัน ขณะที่จุดซึ่งสร้างผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ ภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ในช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและสุมาตรา
ข้อมูลจากศูนย์ภูเขาไฟและการบรรเทาภัยพิบัติทางธรณีวิทยาอินโดนีเซีย หรือ PVMBG ระบุว่า อานัก กรากาตัวเกิดการปะทุต่อเนื่องประมาณ 25 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 23.07 น. วันที่ 4 กันยายน จนถึง 00.04 น. วันที่ 6 กันยายน ก่อนมีการปะทุแบบสตรอมโบเลียนตามมา และแม้กิจกรรมจะลดลง แต่ยังคงสถานะเตือนภัย ระดับ 3 หรือ “Siaga”
เถ้าภูเขาไฟจากการปะทุถูกตรวจพบสูงสุดราว 15 กิโลเมตร หรือประมาณ 50,000 ฟุต ในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการบิน โดยสนามบิน 8 แห่งเคยต้องระงับการให้บริการ รวมถึงสนามบินนานาชาติโซการ์โน–ฮัตตา กรุงจาการ์ตา ขณะที่เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิก ล่าช้า หรือเปลี่ยนเส้นทาง
สถานการณ์ล่าสุดเริ่มคลี่คลาย โดยวันที่ 8 กันยายน สนามบินหลักของกรุงจาการ์ตาและสนามบินอีกหลายแห่งกลับมาเปิดให้บริการแล้ว หลังทิศทางลมเปลี่ยนและเถ้าภูเขาไฟเคลื่อนออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบสะสมเพิ่มขึ้นเป็น เกือบ 3,000 เที่ยวบิน และผู้เดินทางมากกว่า 341,000 คน** ขณะที่บางสนามบินยังคงปิด และอานัก กรากาตัวยังอยู่ในระดับเตือนภัย 3 ([Reuters][3])
ทางการอินโดนีเซียกำชับประชาชนและนักท่องเที่ยว ห้ามเข้าใกล้อานัก กรากาตัวในรัศมี 3 กิโลเมตร พร้อมติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด โดย PVMBG ระบุว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทุตามมา ทั้งการพ่นหินร้อน เถ้าหนาแน่น และลาวา หากกิจกรรมรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
สำหรับความกังวลเรื่องสึนามิ หน่วยงานภัยพิบัติอินโดนีเซียระบุว่า ยังไม่มีความเสี่ยงสึนามิในทันทีจากการปะทุครั้งนี้ แม้อานัก กรากาตัวจะมีประวัติอันตราย โดยการปะทุและการพังถล่มบางส่วนของภูเขาในปี 2018 เคยก่อสึนามิคร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 400 คน
อินโดนีเซียยังต้องจับตาใกล้ชิด — การปะทุหลายแห่งในช่วงเวลาใกล้กัน ไม่ได้หมายความว่าภูเขาไฟเหล่านั้น “ปลุกกันเอง” ทางวิทยาศาสตร์ต้องพิจารณาข้อมูลของภูเขาไฟแต่ละลูกแยกจากกัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่แห่งอินโดนีเซีย (ESDM/PVMBG), Reuters, AP
#อินโดนีเซีย #ภูเขาไฟระเบิด #AnakKrakatau #อานักกรากาตัว #เถ้าภูเขาไฟ #สนามบิน #ภัยพิบัติ #วิหคนิวส์
