3 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ ทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังสถานการณ์ในพื้นที่กลับมารุนแรงและเกิดเหตุหลายจุดในช่วงที่ผ่านมา
นายณัฐพงษ์ระบุว่า การแก้ปัญหาตลอดช่วงประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องถูกทบทวน โดยเห็นว่าการใช้มาตรการทางทหารและอำนาจด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้
หัวหน้าพรรคประชาชนเสนอว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องมีคือ “ความกล้าหาญและเจตจำนงทางการเมือง” ในการกำหนดทิศทางแก้ไขปัญหา โดยต้องเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพควบคู่ไปกับมาตรการด้านความมั่นคง
นายณัฐพงษ์ยกสถานการณ์ความรุนแรงในปี 2569 มาเป็นตัวอย่าง โดยกล่าวถึงเหตุโจมตีจุดตรวจในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต และเหตุการณ์ป่วนหลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 22–23 สิงหาคม 2569
สำหรับเหตุการณ์วันที่ 22–23 สิงหาคม มีรายงานเหตุป่วนในพื้นที่ชายแดนใต้มากกว่า 75 จุด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าระบุ 51 เหตุการณ์ ขณะที่ตำรวจรายงาน 75 จุด และหน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงรายงาน 92 จุด สะท้อนว่าระบบข้อมูลและการประสานงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบและปรับปรุง
นายณัฐพงษ์ยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบข่าวกรอง หลังฝ่ายความมั่นคงระบุว่ามีข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถป้องกันเหตุได้ โดยมองว่าการข่าวที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัย ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ในมุมของนายณัฐพงษ์ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การขาดงบประมาณหรือการขาดอำนาจ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รัฐใช้งบประมาณเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้รวมแล้ว มากกว่า 5 แสนล้านบาท พร้อมใช้กฎหมายและมาตรการพิเศษด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังไม่สามารถยุติได้อย่างถาวร
เขาจึงเสนอให้รัฐบาลกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์ โดยเปลี่ยนมุมมองจากการมองพื้นที่ชายแดนใต้เป็นเพียง “พื้นที่ความมั่นคง” มาเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ชีวิต เป็นบ้านและชุมชนที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงความไว้วางใจของประชาชนเป็นสำคัญ
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการใช้มาตรการพิเศษว่า หากรัฐเน้นการตั้งด่าน ขยายอำนาจ หรือใช้อำนาจควบคุมโดยไม่มีความไว้วางใจจากประชาชน อาจยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชนกว้างขึ้น
ข้อเสนอหลักของฝ่ายค้านมี 2 ประเด็น
หนึ่ง รัฐบาลต้องยืนยันแนวทางการพูดคุยสันติภาพ และแสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า จะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางออกระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช้มาตรการทางทหารเป็นคำตอบเพียงด้านเดียว
สอง รัฐบาลต้องยกระดับงานข่าวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐกับประชาชน รวมถึงลดความหวาดระแวงระหว่างประชาชนที่มีความแตกต่างทางศาสนา เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านข้อมูลและนำไปสู่การลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ ณัฐพงษ์ก็เคยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนใต้และเดินหน้าพูดคุยสันติสุข หลังเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
การอภิปรายครั้งนี้จึงเป็นข้อเสนอของฝ่ายค้านให้รัฐบาล ทบทวนยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาชายแดนใต้ตลอด 20 ปี โดยเน้นการเมืองนำการแก้ปัญหา สร้างความไว้วางใจในพื้นที่ และเปิดทางให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตัวเลขงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท และข้อวิจารณ์เรื่องยุทธศาสตร์ เป็นข้อมูลและข้อเสนอที่นายณัฐพงษ์นำมาอภิปรายต่อสภาฯ ไม่ใช่ข้อยุติว่าการใช้งบประมาณทั้งหมดที่ผ่านมา “ล้มเหลว” ในทางกฎหมายหรือเป็นความผิดของหน่วยงานใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานการอภิปรายของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, Thai PBS และรายงานเหตุการณ์ชายแดนใต้
#ไฟใต้ #ชายแดนใต้ #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #เท้ง #พรรคประชาชน #ผู้นำฝ่ายค้าน #สภาผู้แทนราษฎร #สันติภาพชายแดนใต้ #นราธิวาส #ปัตตานี #ยะลา #สงขลา #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์
