28 สิงหาคม 2569 เวลา 13.11 น. ปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นร้อนขึ้นอีกระลอก หลัง นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เปิดข้อมูลความคืบหน้าการขยายผลเครือข่าย “นายกเฮง” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินแลกการช่วยเหลือสอบบรรจุราชการท้องถิ่น
คดีนี้ปะทุขึ้นหลังตำรวจ บก.ปปป. จับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมผู้เกี่ยวข้อง หลังมีผู้เสียหายกล่าวหาว่าถูกเรียกรับเงินรวม 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้
จากข้อมูลการสืบสวน ตำรวจพบว่ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีเพียงผู้ต้องหารายเดียว โดยมี นางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.ในจังหวัดศรีสะเกษ ถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่ติดต่อและชักชวนผู้สมัคร รวมถึงรวบรวมเงิน ขณะที่ข้อมูลจากตำรวจระบุว่าในสายดังกล่าวมีผู้จ่ายเงินมากกว่า 100 ราย และพบประมาณ 57 รายมีชื่อสอบได้และได้รับการบรรจุ ขณะที่อีกกว่า 40 รายจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ผ่านการสอบ
🔥 “20 คดี” โผล่ศรีสะเกษ สาวเส้นทางเงินต่อ
นายอาสพลธ์เปิดเผยว่า ในจังหวัดศรีสะเกษมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 19 คดี และมีคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 20 คดี โดยมีทั้ง DSI และ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบ รวมถึงคดีที่ตำรวจส่วนกลางเข้าดำเนินการจับกุมไปแล้ว
ขณะเดียวกัน กมธ.ป.ป.ช. เตรียมรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้องเรียนและภาคประชาสังคม เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลถึงบุคคลอื่นในเครือข่าย
⚠️ พาดพิง “เจ้าหน้าที่ DSI” ต้องพิสูจน์ต่อ
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือข้อมูลจากแชตที่มีการกล่าวอ้างถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่าบุคคลดังกล่าวถูกอ้างว่าอยู่ในระดับ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ C8-C9 หรือระดับยศ พ.ต.ท.
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็น ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนร่วมในการกระทำผิด โดยต้องตรวจสอบตัวบุคคล แชต เส้นทางการเงิน และพยานหลักฐานอื่นให้ชัดเจน
💥 จากศรีสะเกษลากถึงขอนแก่น–ส่วนกลาง
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่า เครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษมี “นายกเฮง” เป็นบุคคลสำคัญในระดับพื้นที่ แต่คำถามต่อไปคือ เครือข่ายส่วนกลางเป็นใคร
นอกจากนี้ยังพบรูปแบบการดำเนินการในจังหวัดอื่น เช่น ขอนแก่น แต่เบื้องต้นเป็นเครือข่ายอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่สายเดียวกับ “นายกเฮง”
ขณะที่ตำรวจเองกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแยกให้ชัดว่าเงินถูกส่งต่อไปยังบุคคลใด และมีผู้มีอำนาจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในระดับใด
ปมนี้จึงไม่ได้จบเพียงการจับกุม “นายกเฮง” แต่กำลังถูกขยายเป็น คดีเครือข่ายทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ต้องไล่ตั้งแต่ผู้เรียกรับเงิน นายหน้า ผู้สมัครสอบ ผู้ที่ได้รับประโยชน์ ไปจนถึงผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังการแก้ไขหรือจัดการผลสอบ
ล่าสุด กมธ.ป.ป.ช. เตรียมประสานข้อมูลกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และรวบรวมข้อร้องเรียนเพื่อส่งต่อให้ ป.ป.ช. และตำรวจขยายผลต่อไป
คดีนี้จึงกำลังถูกขยายจาก “เงิน 650,000 บาท” ไปสู่การค้นหาว่า ใครคือเครือข่ายตัวจริง และเงินไหลไปถึงใคร
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด การพาดพิงถึงบุคคลหรือหน่วยงานใดจึงจำเป็นต้องรอการตรวจสอบและยืนยันด้วยพยานหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง ข้อมูลการแถลงและการเปิดเผยของ กมธ.ป.ป.ช. รวมถึงข้อมูลจากตำรวจและสื่อมวลชนที่รายงานความคืบหน้าคดี
#สำนักข่าววิหคนิวส์ #โกงสอบท้องถิ่น #นายกเฮง #ประวิทย์จารุรัชกุล #กมธปปช #ปปช #ปปป #DSI #ทุจริตสอบ #สอบท้องถิ่น #650000 #ศรีสะเกษ #ขอนแก่น #เส้นทางการเงิน #ปราบโกง #ข้าราชการท้องถิ่น #ทุจริต #คดีโกงสอบ
