วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญาตลิ่งชันนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา ในคดีของ “โด่ง” ประสงค์ โคตรสงคราม ชาวจังหวัดลพบุรี วัย 31 ปี จากคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
คดีดังกล่าวมีที่มาจากการ โพสต์และแชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รวม 2 กระทง ในช่วงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน 2564 โดยมีประชาชนเป็นผู้กล่าวหา (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
⚖️ ศาลฎีกายืนโทษ 2 ปี 12 เดือน
ผลการพิจารณาในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกประสงค์ 2 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ภายหลังคำพิพากษา มีรายงานว่า ประสงค์ถูกนำตัวไปคุมขังที่ เรือนจำพิเศษธนบุรีทันที โดยสื่อที่รายงานคดีระบุว่า ผลจากคำพิพากษาครั้งนี้ทำให้เขาถูกนับเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองรายที่ 53 ตามการจัดกลุ่มของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TOPNEWS)
ย้อนเส้นทางคดี ตั้งแต่ปี 2564
ประสงค์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน จากบ้านพักในอำเภอเมืองลพบุรี ก่อนถูกนำตัวไปยัง สน.บางพลัด ซึ่งเป็นสถานีตำรวจเจ้าของคดี
ในชั้นสอบสวน ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย จังหวัดนครปฐม ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนั้น
ต่อมา หลังถูกคุมขัง 27 วัน ศาลอาญาตลิ่งชันอนุญาตให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ในการยื่นคำร้องครั้งที่ 4 พร้อมกำหนดเงื่อนไขหลายประการ รวมถึงการติดกำไล EM
ประสงค์ใช้กำไล EM เป็นเวลาประมาณ 547 วัน ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอดออกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
จากศาลชั้นต้น 3 ปี สู่ศาลอุทธรณ์ 2 ปี 12 เดือน
วันที่ 28 กันยายน 2564 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี โดยประสงค์ให้การรับสารภาพ
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ศาลอาญาตลิ่งชันพิพากษาจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 6 ปี ก่อนลดโทษจากการรับสารภาพ เหลือจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
จากนั้นวันที่ 14 มกราคม 2568 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โทษ เหลือจำคุก 2 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
อย่างไรก็ตาม ประสงค์ได้รับการประกันตัวระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
🔥 ยื่นฎีกาขอรอลงอาญา ก่อนจบที่คำพิพากษาถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ประสงค์ยื่นฎีกา ขอให้ศาลแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยอ้างเหตุว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ให้การรับสารภาพ มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง และประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป
ฝ่ายจำเลยยังอ้างรายงานการสืบเสาะและพินิจ ซึ่งระบุว่าพนักงานคุมประพฤติมีความเห็นว่าสมควรรอการลงโทษและใช้มาตรการคุมประพฤติแทนการจำคุก
แต่ผลสุดท้าย ศาลฎีกาพิพากษายืนโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน และไม่รอลงอาญา
จากโพสต์และแชร์ข้อความในช่วงปี 2564 คดีเดินผ่านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และเข้าสู่ศาลฎีกา ก่อนปิดฉากด้วยคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
สำนักข่าววิหคนิวส์
#วิหคนิวส์ #VihokNews #ศาลฎีกา #ประสงค์โคตรสงคราม #โด่งประสงค์ #มาตรา112 #คดี112 #ศาลอาญาตลิ่งชัน #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #ประเทศไทย


