เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🔥 “สมศักดิ์” ออกอาการโต้เดือด! ยันไม่ได้แก้กฎราชทัณฑ์เอื้อใคร เปิดไทม์ไลน์ “เล่าต๋า” ตอนพ้นเก้าอี้ยังเหลือโทษ 17 ปี 8 เดือน

🔥 “สมศักดิ์” ออกอาการโต้เดือด! ยันไม่ได้แก้กฎราชทัณฑ์เอื้อใคร เปิดไทม์ไลน์ “เล่าต๋า” ตอนพ้นเก้าอี้ยังเหลือโทษ 17 ปี 8 เดือน

22 August 2026
32   0

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 15.28 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีการออกกฎกระทรวงหรือดำเนินการบางอย่างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะกรณี “เล่าต๋า แสนลี่”

นายสมศักดิ์ยืนยันชัดเจนว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า การออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และเป็นกฎหมายลำดับรองที่กรมราชทัณฑ์จัดทำเสนอผ่านคณะกรรมการราชทัณฑ์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐบาล

โดยกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีทั้งฉบับปี 2562 และฉบับแก้ไขปี 2564 ซึ่งนายสมศักดิ์ระบุว่า หลักเกณฑ์สำคัญมีรากฐานมาจากกฎหมายราชทัณฑ์เดิม และไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือบุคคลใดโดยเฉพาะ

นายสมศักดิ์ยังชี้แจงถึง เกณฑ์ผู้ต้องขังสูงอายุ ว่า หลักเกณฑ์สำหรับผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไปไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของตน แต่มีพัฒนาการมาตั้งแต่ก่อนปี 2562 โดยมีการกำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับผู้สูงอายุไว้ในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษหลายฉบับก่อนหน้านั้น

⚡ เปิดไทม์ไลน์ “เล่าต๋า” ยุคสมศักดิ์

นายสมศักดิ์ระบุว่า ตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และพ้นจากตำแหน่งวันที่ 17 มีนาคม 2566

ในช่วงดังกล่าว มีการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปหลายวาระ โดย “เล่าต๋า แสนลี่” ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้งในปี 2563 และอีก 2 ครั้งในปี 2564

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ณ วันที่ตนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 17 มีนาคม 2566 เล่าต๋ายังคงเหลือโทษจำคุก 17 ปี 8 เดือน 13 วัน และไม่ได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2565 ตามที่ถูกกล่าวหา

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวที่เผยแพร่ในปัจจุบันว่า หลังจากนั้น “เล่าต๋า” ยังได้รับการลดโทษอีกหลายครั้ง โดยกรมราชทัณฑ์ระบุว่าได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 6 ครั้ง ก่อนถูกปล่อยตัวในเดือนสิงหาคม 2569

สำหรับครั้งล่าสุด เล่าต๋าได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางบางขวางเมื่อ 14 สิงหาคม 2569 หลังโทษถูกลดเหลือ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน ขณะที่ถูกคุมขังจริงประมาณ 9 ปี 10 เดือน 8 วัน จึงเข้าเกณฑ์ปล่อยตัวตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569

🔥 “ปี 2565” มีเงื่อนไขเข้มขึ้น

อีกประเด็นที่นายสมศักดิ์หยิบขึ้นมาชี้แจงคือ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ หรือไม่น้อยกว่า 8 ปี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

หลักเกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การอภัยโทษไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาตามประเภทความผิด ระยะเวลาที่รับโทษ และชั้นของนักโทษตามเงื่อนไขของแต่ละพระราชกฤษฎีกา

⚠️ “ส่วนที่เกิดขึ้นหลังผมพ้นตำแหน่ง ต้องถามราชทัณฑ์”

นายสมศักดิ์ระบุว่า การได้รับประโยชน์จากการลดโทษของเล่าต๋า หลังจากวันที่ตนพ้นตำแหน่ง เป็นเรื่องที่กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบว่า การใช้หลักเกณฑ์ในแต่ละครั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มีความเหมาะสม และได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของความผิดหรือไม่

ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังเล่าต๋าได้รับการปล่อยตัว ทั้งที่เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด โดยคดีเริ่มจากการจับกุมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาไอซ์ประมาณ 20 กิโลกรัม และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562

💥 “สมศักดิ์” ยกผลงานโต้ ไม่ได้ทำแค่กฎหมายราชทัณฑ์

นายสมศักดิ์ยังระบุว่า ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระทรวงผลักดันกฎหมายสำคัญรวม 9 ฉบับ รวมถึงกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง หรือ JSOC และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการปรับแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด โดยเน้นการจัดการนายทุน เครือข่ายรายใหญ่ การติดตามเส้นทางการเงิน รวมถึงการยึดและอายัดทรัพย์สิน

นายสมศักดิ์ยกตัวเลขการยึดและอายัดทรัพย์ที่ระบุว่าเพิ่มจาก 790 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 7,346 ล้านบาทในปี 2564, 11,003 ล้านบาทในปี 2565 และ 21,610 ล้านบาทในปี 2566

พร้อมระบุว่า การเร่งรัดกฎหมายลำดับรองเป็นอีกภารกิจสำคัญ เพราะแม้มีกฎหมายแม่บทแล้ว แต่หากกฎหมายลำดับรองยังไม่ครบ ก็อาจทำให้กฎหมายไม่สามารถนำไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ

🔥 ปิดท้าย “คำกล่าวหาเปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้”

นายสมศักดิ์ทิ้งท้ายว่า สามารถวิจารณ์ ตรวจสอบ และตั้งคำถามกับการทำงานของตนได้เต็มที่ แต่การกล่าวหาว่าใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใด ควรพิจารณา ข้อเท็จจริง ตัวบทกฎหมาย ลำดับเวลา และบริบทของสังคมในขณะนั้น ให้ครบถ้วน

พร้อมย้ำใจความสำคัญว่า

“คำกล่าวหาอาจพูดได้ง่าย แต่ข้อเท็จจริง กฎหมาย และลำดับเวลา เปลี่ยนไม่ได้ครับ”

และปิดท้ายอย่างชัดเจนว่า

“ผมว่ามันไม่แฟร์ครับ”

สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: ฐานเศรษฐกิจ, ไทยพีบีเอส, ราชทัณฑ์

#สมศักดิ์เทพสุทิน #เล่าต๋าแสนลี่ #กระทรวงยุติธรรม #กรมราชทัณฑ์ #พระราชทานอภัยโทษ #กฎราชทัณฑ์ #ราชทัณฑ์ #ยุติธรรม #คดียาเสพติด #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์