กรุงเทพฯ — 18 สิงหาคม 2569
กรณีการพ้นโทษของ “เล่าต๋า แสนลี่” อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายสำคัญ ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ล่าสุด ดร.สมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ออกมาเสนอให้สังคมมองปัญหาให้ไกลกว่าตัวบุคคล โดยชี้ว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ โครงสร้างและกลไกการบริหารโทษของราชทัณฑ์
ดร.สมชายตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนช่องว่างสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะกรณีที่คำพิพากษาของศาลกำหนดโทษอย่างหนัก แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการบริหารโทษแล้ว ระยะเวลาที่ผู้ต้องขังต้องรับโทษจริงอาจลดลงอย่างมากจากกลไกการลดโทษและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
💥 “ไม่ใช่แค่แก้กฎใหม่”
ดร.สมชายมองว่า การแก้ปัญหาจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการออกหรือแก้ไขระเบียบใหม่ แต่ต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึง กระบวนการบริหารโทษทั้งหมด
โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การเลื่อนชั้นนักโทษ การลดโทษ การพักโทษ และกระบวนการที่ทำให้นักโทษเข้าสู่เกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์เร็วขึ้น
ประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อเสนอที่นายสมชายเคยหยิบยกขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายครั้งว่า คดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่มีโทษร้ายแรงควรมี “ระยะเวลารับโทษขั้นต่ำ” ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้การลดโทษทำให้ระยะเวลารับโทษจริงแตกต่างจากเจตนารมณ์ของคำพิพากษามากเกินไป
🚨 จี้ตรวจถึง “ขบวนการ” ไม่ใช่แค่ระเบียบ
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ ดร.สมชายเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการภายในราชทัณฑ์ว่า มีการใช้ดุลพินิจอย่างไรในการเลื่อนชั้นนักโทษ และมีระบบตรวจสอบที่รัดกุมเพียงพอหรือไม่
โดยก่อนหน้านี้นายสมชายเคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ “การซื้อขายเลื่อนชั้นนักโทษ” และเรียกร้องให้ตรวจสอบว่ามีการใช้ช่องว่างของระบบเพื่อให้นักโทษบางกลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดโทษหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็น ข้อกล่าวหาและข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบ ยังไม่ควรถือเป็นข้อยุติว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง จนกว่าหน่วยงานที่มีอำนาจจะตรวจสอบและมีหลักฐานยืนยัน
⚡ จับตา ปปง.-ปปส.-ปปช.
จากข้อความที่นายสมชายเผยแพร่ ยังมีการกล่าวถึงบทบาทของหน่วยงานตรวจสอบสำคัญ ทั้ง ปปง. ปปส. และ ปปช. ในการตรวจสอบเส้นทางและกลไกที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือการทุจริตจริง
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงคำถามว่า “เล่าต๋าได้รับการลดโทษอย่างไร” แต่ขยายไปสู่คำถามใหญ่กว่า คือ ระบบบริหารโทษของไทยมีช่องว่างตรงไหน และช่องว่างเหล่านั้นถูกใช้ประโยชน์โดยบุคคลใดหรือไม่
🔥 “อำนาจราชทัณฑ์เหนือคำพิพากษา” กลายเป็นโจทย์ใหญ่
ข้อเสนอของดร.สมชายต้องการให้มีการทบทวนโครงสร้างการบริหารโทษ เพื่อให้การลดโทษและการปล่อยตัวก่อนกำหนดมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะคดีที่มีความร้ายแรงสูง
เพราะหากศาลเป็นผู้กำหนดโทษจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของคดีแล้ว กระบวนการบริหารโทษก็ควรต้องมีหลักประกันว่า การลดระยะเวลารับโทษจะไม่ทำให้เจตนารมณ์ของคำพิพากษาถูกลดทอนลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปม “เล่าต๋า” จึงอาจไม่ได้จบลงพร้อมกับการพ้นโทษ แต่กำลังกลายเป็นแรงกดดันให้ประเทศไทยต้องย้อนตรวจทั้งระบบ ตั้งแต่กฎหมาย ระเบียบ การเลื่อนชั้น การลดโทษ ไปจนถึงกลไกตรวจสอบภายในราชทัณฑ์
สำนักข่าววิหคนิวส์
