การได้รับการปล่อยตัวของ “เล่าต๋า แสนลี่” นักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญในวัย 85 ปี ทำให้เรื่องราวปฏิบัติการจับกุมเจ้าพ่อรายนี้ในอดีตถูกนำกลับมาเล่าถึงอีกครั้ง
หนึ่งในผู้ที่เคยเปิดเผยเบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าวคือ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเล่าถึงภารกิจติดตามตัวเล่าต๋า และการวางแผนเข้าถึงตัวเจ้าพ่อที่มีเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
🔥 จากเครือข่าย “ขุนส่า” สู่เป้าหมายของตำรวจไทย
พล.ต.ท.เรวัชเคยอธิบายว่า เล่าต๋ามีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ชายแดน และเคยเป็นสหายร่วมรบกับ ขุนส่า ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เครือข่ายยาเสพติดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ
ด้วยภูมิประเทศและเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้การเข้าถึงตัวโดยตรงเป็นเรื่องยาก ตำรวจจึงต้องศึกษาจุดอ่อนและพฤติกรรมของเป้าหมายก่อนวางแผน
🚨 จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “สายลับ”
จากคำบอกเล่าของ พล.ต.ท.เรวัช เจ้าหน้าที่ใช้สายข่าวหญิงเข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับเล่าต๋า โดยอาศัยธุรกิจร้านกาแฟและการติดต่อซื้อขายเป็นฉากบังหน้า
หลังสร้างความไว้วางใจได้ เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปสู่การล่อซื้อยาเสพติด จนได้พยานหลักฐานเพียงพอสำหรับดำเนินคดีและออกหมายจับ
แต่เล่าต๋าเองก็ระวังตัวอย่างมาก
พล.ต.ท.เรวัชเล่าว่า เล่าต๋าไม่ไว้วางใจตำรวจ และถึงขั้นเลือกที่จะรอให้ตนเองเกษียณราชการเสียก่อน จึงค่อยดำเนินการส่งมอบยาเสพติดในดีลต่อมา
💥 เกษียณเพียงไม่นาน ปฏิบัติการเดินหน้า
หลัง พล.ต.ท.เรวัชเกษียณราชการได้ไม่นาน เล่าต๋าจึงนัดหมายส่งยาเสพติดตามแผนที่เจ้าหน้าที่วางไว้
ขณะนั้น พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดต่อจาก พล.ต.ท.เรวัช และรับช่วงปฏิบัติการต่อ
เจ้าหน้าที่วางกำลังโดยคำนึงถึงความเสี่ยงจากการใช้อาวุธ เนื่องจากทราบว่าเล่าต๋าและกลุ่มคนใกล้ชิดมีอาวุธอยู่ในพื้นที่
ก่อนเปิดปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและควบคุมสถานการณ์โดยพยายามไม่ให้เกิดการปะทะรุนแรง
🚔 ปฏิบัติการปิดเกม รวบ “เล่าต๋า” พร้อมพวก
เมื่อถึงเวลาปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และสามารถจับกุมเล่าต๋าได้ พร้อมบุคคลใกล้ชิดและผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึงภรรยา กำนันวิจารณ์ และสมาชิกในครอบครัว
พล.ต.ท.เรวัชเล่าถึงช่วงเวลาที่เข้าไปพบเล่าต๋าหลังถูกจับ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีความโกรธแค้นส่วนตัว แต่เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายและต้องทำให้สำเร็จตามหน้าที่
ปฏิบัติการครั้งนั้นจึงกลายเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่นำตัว “เล่าต๋า แสนลี่” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
⚠️ จากเจ้าพ่อคดียา สู่เรือนจำ และอิสรภาพในวัย 85 ปี
ต่อมาเล่าต๋าถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดีสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเริ่มรับโทษตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559
ตลอดระยะเวลาที่รับโทษ เขาได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง จนโทษลดลงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และในปี 2569 ได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 6 จนเข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัว
จากเจ้าพ่อที่ตำรวจเคยระบุว่าเข้าถึงตัวยากและมีเครือข่ายคอยระวังภัยรอบด้าน วันนี้ชื่อของ “เล่าต๋า แสนลี่” กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังพ้นโทษในวัย 85 ปี
เรื่องราวจากปาก พล.ต.ท.เรวัช จึงสะท้อนให้เห็นว่า ปฏิบัติการจับกุมครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการบุกเข้าจับแบบฉับพลัน แต่เป็นการติดตามข้อมูล วางแผน และใช้สายข่าวเข้าถึงเป้าหมาย ก่อนนำไปสู่การปิดเกมเจ้าพ่อคดียาเสพติดรายสำคัญในที่สุด
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: ข้อมูลจากรายการ “คุยกับตำนาน” และข้อมูลคดีของนายเล่าต๋า แสนลี่ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
