13 สิงหาคม 2569 — กรุงริยาด/ไคโร
ซาอุดีอาระเบียเร่งปรับเส้นทางขนส่งน้ำมันครั้งใหญ่ หลังความเสี่ยงในทะเลแดงพุ่งสูงจากการโจมตีและการประกาศปิดล้อมทางทะเลของกลุ่มฮูตีในเยเมน ส่งผลให้ริยาดหันมาใช้เส้นทางผ่านอียิปต์และท่อส่งน้ำมัน SUMED เชื่อมทะเลแดงกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมากขึ้น
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากท่าเรือ Sidi Kerir ของอียิปต์ ซึ่งอยู่ฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในเดือนสิงหาคม แตะประมาณ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม
น้ำมันส่วนใหญ่ที่ไหลผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย โดยปลายทางสำคัญคือ สหรัฐฯ และยุโรป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดงและช่องแคบ บับเอลมันเดบ ซึ่งกำลังกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงจากการโจมตีของฮูตี
แมตต์ สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Kpler ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถแล่นผ่านคลองสุเอซได้เต็มลำ สามารถถ่ายน้ำมันบางส่วนลงท่อที่บริเวณ Ain Sokhna ทางฝั่งทะเลแดงของอียิปต์ จากนั้นน้ำมันจะถูกส่งผ่านท่อ SUMED ขึ้นไปยัง Sidi Kerir ก่อนสูบกลับขึ้นเรืออีกครั้ง
เส้นทางนี้ทำให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งน้ำมันขึ้นสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ โดยลดการเดินเรือผ่านพื้นที่อันตรายทางตอนใต้ของทะเลแดง
สมิธระบุด้วยว่า การเพิ่มการใช้เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แต่สะท้อนถึง การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และพลวัตของตลาดน้ำมัน
🔥 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดหลังเส้นทางยานบูถูกกดดัน
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียได้เร่งส่งน้ำมันจากพื้นที่ผลิตทางตะวันออกของประเทศผ่านระบบท่อภายในประเทศไปยัง ท่าเรือยานบู บริเวณชายฝั่งทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
แต่เมื่อกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 และเกิดการโจมตีเรือที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบีย ความเสี่ยงของเส้นทางยานบูก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูล Kpler ระบุว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากยานบูที่มุ่งผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ร่วงลงเกือบ 90% เหลือประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2569 จากประมาณ 11 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 20 กรกฎาคม 2569
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 12 สิงหาคม 2569 ว่า การส่งออกน้ำมันจากทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียจำนวนมากกำลังดำเนินการแบบหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตำแหน่งเรือผ่านระบบติดตาม AIS เนื่องจากความเสี่ยงจากการโจมตีของฮูตีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🚨 ฮูตีเดินหน้ากดดันโครงสร้างพลังงานซาอุฯ
สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นหลังกลุ่มฮูตีอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Jazan เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ซึ่งซาอุดีอาระเบียรายงานว่าเกิดไฟไหม้และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
กลุ่มฮูตีระบุว่า การโจมตีเรือและเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับซาอุดีอาระเบียเป็นการตอบโต้การโจมตีของซาอุดีอาระเบียต่อพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม รวมถึงเหตุโจมตีสนามบินซานาเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องกระจายเส้นทางขนส่งน้ำมันออกจากจุดเสี่ยงมากขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาท่าเรือยานบูและเส้นทางทะเลแดง ไปสู่การใช้ ท่อ SUMED → Sidi Kerir → ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างชัดเจน
ท่อ SUMED เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมฝั่งทะเลแดงบริเวณ Ain Sokhna กับ Sidi Kerir บนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และถูกใช้เป็นทางเลือกสำหรับน้ำมันที่เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถนำผ่านคลองสุเอซได้โดยตรง
เวลาเกิดเหตุ: ไม่มีการเปิดเผยเวลาเกิดเหตุเฉพาะเจาะจงในข้อมูลต้นทาง โดยรายงานความเคลื่อนไหวดังกล่าวเผยแพร่เมื่อ 13 สิงหาคม 2569
การเร่งใช้เส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังบังคับให้ซาอุดีอาระเบียต้อง เปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันครั้งใหญ่ เพื่อรักษาการส่งมอบน้ำมันไปยังตลาดโลก ท่ามกลางความเสี่ยงที่ทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบกลายเป็นพื้นที่อันตรายมากขึ้น
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง Kpler, Reuters และข้อมูลเส้นทางท่อ SUMED
