กรุงเทพฯ 12 สิงหาคม 2569 — รัฐบาลยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนครั้งใหญ่ สั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ใบ ป.3 พร้อมหยุดโครงการปืนสวัสดิการใหม่ ตรวจเข้มร้านค้า สนามยิงปืน และสต็อกกระสุนทั่วประเทศ ขณะที่แผนระยะยาวเตรียมรื้อกฎหมายอาวุธปืน โดยเสนอให้ใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน หรือ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี พร้อมกำหนดกรอบให้กระทรวงมหาดไทยเร่งเสนอแก้กฎหมายภายใน 60 วัน
มาตรการชุดนี้เกิดขึ้นหลังเหตุยิงสะเทือนขวัญที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งกลายเป็นชนวนสำคัญให้รัฐบาลหันกลับมาจัดระเบียบระบบอาวุธปืนอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบทั้งมาตรการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว
เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายอายุ 14 ปี จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็น ปืนที่จดทะเบียนถูกกฎหมายของปู่ ซึ่งเป็นอดีตครู ก่อนที่เด็กจะนำปืนพร้อมกระสุนออกจากบ้านและเดินทางไปโรงเรียน ขณะที่แรงจูงใจที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใดเพียงประการเดียว
รัฐบาลจึงเดินหน้าปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง
มาตรการระยะเร่งด่วนข้อแรก คือ ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบ ป.3 หรือใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าการเปิดทางให้ซื้อปืนถูกกฎหมายรายใหม่จะถูกชะลอไว้ก่อนในช่วงที่รัฐกำลังทบทวนระบบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้รับคำสั่งให้ ตรวจสอบใบ ป.3 ที่ออกไปแล้วแต่ยังค้างอยู่ทั่วประเทศ โดยต้องรายงานผลภายใน 30 วัน รวมถึงเร่งติดตามผู้ที่ซื้อปืนไปแล้วแต่ยังไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน หรือ ป.4 ให้ดำเนินการภายในกรอบที่กำหนด หากไม่มีใบอนุญาตครอบครองอย่างถูกต้องก็จะเข้าสู่ปัญหาการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย
ร้านขายปืนและสนามยิงปืนก็ถูกจับตาเช่นกัน
รัฐบาลสั่งให้ตรวจยอดจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุน เปรียบเทียบกับใบอนุญาตและสินค้าคงเหลือจริง หากพบตัวเลขผิดปกติให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบเรื่องภาษีอีกชั้นหนึ่ง ส่วนการจำหน่ายกระสุนในอนาคตถูกกำหนดให้มีการรายงานและตรวจสอบยอดกับสต็อก เป็นรายวัน
อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายปกครองและตำรวจได้รับคำสั่งให้เร่งกวาดล้าง ปืนเถื่อนและอาวุธผิดกฎหมาย ทั่วประเทศ โดยรัฐบาลต้องการตัดทั้งเส้นทางการครอบครอง การซื้อขาย และการนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุ
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดอยู่ที่แผนระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งให้กระทรวงมหาดไทยเร่งจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ภายใน 60 วัน โดยมีแนวทางนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าควบคุมการซื้อขายแบบเรียลไทม์ เชื่อมฐานข้อมูลกับหน่วยงานอย่างกรมศุลกากรและกรมสรรพากร จัดเก็บข้อมูลเฉพาะของอาวุธแต่ละกระบอก และเพิ่มโทษผู้กระทำผิด
อีกข้อที่กระทบผู้ครอบครองปืนโดยตรง คือแนวทาง เปลี่ยนใบ ป.4 จากระบบเดิม ให้ต้องกลับมาต่ออายุทุก 3 ปี เพื่อเปิดทางให้รัฐตรวจสอบคุณสมบัติและสถานะของผู้ครอบครองเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงกฎหมายระยะยาว ยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ในขณะนี้
ล่าสุด เวลา 07.35 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นายอนุทินให้สัมภาษณ์ที่ท้องสนามหลวง ย้ำท่าทีเข้มเรื่องการพกอาวุธปืน โดยระบุว่าขณะนี้ใบอนุญาตพกพาปืนที่มีอยู่หมดอายุแล้ว และไม่อนุญาตให้มีข้อยกเว้นสำหรับนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะ พร้อมย้ำว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยิ่งต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง
การขยับครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการไล่จับ “ปืนเถื่อน” แต่ลากยาวตั้งแต่ ใบซื้อปืน ป.3 — ปืนสวัสดิการ — ใบครอบครอง ป.4 — ร้านค้า — สนามยิงปืน — กระสุน — ฐานข้อมูลอาวุธ ไปจนถึงการรื้อกฎหมายทั้งระบบ
หลังเหตุสลดวันที่ 7 สิงหาคม รัฐบาลกำลังใช้มาตรการเร่งด่วนหยุดช่องทางบางส่วนทันที ขณะที่กฎหมายระยะยาวถูกกำหนดกรอบเวลาให้เดินหน้าอย่างรวดเร็ว
จากนี้ผู้ถือปืน ร้านค้า และสนามยิงปืนทั่วประเทศกำลังเข้าสู่ช่วง ตรวจเข้มครั้งใหญ่ ภายใต้นโยบายที่รัฐบาลประกาศชัดว่าจะต้องปิดช่องไม่ให้อาวุธปืนหลุดไปอยู่ในมือบุคคลที่ไม่เหมาะสมอีก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
Thai PBS Policy Watch — รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นวาระแห่งชาติ, 12 สิงหาคม 2569
Reuters — Thai PM suspends firearm purchase licences after school shooting, 11 สิงหาคม 2569
Reuters — รายงานเหตุยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และข้อมูลการสอบสวน
Khaosod English — ข้อมูลอาวุธที่ใช้ก่อเหตุและลำดับเหตุการณ์
Khaosod English — นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เรื่องการพกปืน 12 สิงหาคม 2569
