เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 เจอทางออกแล้ว !! “วัส” อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมกราดยิง ชี้ไทยต้องรื้อระบบปืน–กฎหมาย–การดูแลเยาวชน

🚨 เจอทางออกแล้ว !! “วัส” อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมกราดยิง ชี้ไทยต้องรื้อระบบปืน–กฎหมาย–การดูแลเยาวชน

10 August 2026
139   0

กรุงเทพฯ — วันที่ 10 สิงหาคม 2569

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ศาลฎีกา เผยบทความวิเคราะห์กรณีเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยชวนสังคมไทยย้อนมองปัญหาในหลายมิติ ตั้งแต่ กฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชน การใช้โทษประหารชีวิต ประสิทธิภาพของการควบคุมอาวุธปืน ไปจนถึงระบบป้องกันเหตุรุนแรงก่อนเกิดเหตุ

ทั้งนี้ รายละเอียดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ตามบทความดังกล่าว ควรตรวจสอบกับข้อมูลทางการอีกครั้งก่อนเผยแพร่เป็นตัวเลขยืนยัน

🔥 จุดแรก “เด็กทำผิด” ไม่ได้แปลว่ากฎหมายไม่มีคำตอบ

บทความชี้ว่า เมื่อผู้ก่อเหตุเป็นเด็กหรือเยาวชน ระบบกฎหมายไทยมีหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการดำเนินคดีและการลงโทษ โดยคำนึงถึงอายุของผู้กระทำผิดในขณะเกิดเหตุ

ประเด็นสำคัญคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 กำหนดข้อห้ามไม่ให้ลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตแก่ผู้ที่กระทำความผิดขณะอายุต่ำกว่า 18 ปี

หลักการนี้สอดคล้องกับ ICCPR มาตรา 6 ซึ่งกำหนดว่าประเทศที่ยังมีโทษประหารชีวิตต้องจำกัดการใช้ไว้กับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด และห้ามประหารชีวิตผู้กระทำความผิดที่อายุต่ำกว่า 18 ปีในขณะกระทำความผิด

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “โทษควรหนักแค่ไหน” แต่ต้องพิจารณาว่า ระบบยุติธรรมสำหรับเยาวชนสามารถป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและคุ้มครองสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

⚖️ โทษประหารชีวิตยังเป็นประเด็นถกเถียงระดับโลก

ข้อมูลของ Amnesty International ระบุว่า ในปี 2568 มีการบันทึกการประหารชีวิตทั่วโลกอย่างน้อย 2,707 ครั้ง ใน 17 ประเทศ เพิ่มขึ้น 78% จากปี 2567 และเป็นระดับสูงสุดที่องค์กรบันทึกได้นับตั้งแต่ปี 2524 โดยไม่รวมตัวเลขของจีนซึ่งยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ในอีกด้านหนึ่ง จำนวนประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย Amnesty ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 มี 113 ประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดทุกประเภท และรวม 145 ประเทศ ที่ยกเลิกแล้วทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติ

สำหรับประเทศไทย การประหารชีวิตครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2561 เมื่อกรมราชทัณฑ์บังคับโทษประหารชีวิตต่อนักโทษชายธีรศักดิ์ ซึ่งเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกในรอบหลายปีในขณะนั้น

🚨 แต่โจทย์ใหญ่กว่าคือ “ปืนไปอยู่ในมือเด็กได้อย่างไร”

บทความเสนอว่า การแก้ปัญหาการกราดยิงไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงลงโทษผู้ก่อเหตุ แต่ต้องตัดปัจจัยที่ทำให้ผู้ก่อเหตุ เข้าถึงอาวุธได้ตั้งแต่ต้น

แนวทางที่เสนอประกอบด้วย

  1. อุดช่องโหว่ปืนดัดแปลงและปืนเถื่อนออนไลน์

เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมปืนดัดแปลง ปืน Blank Gun ปืน BB Gun และชิ้นส่วนที่สามารถนำไปดัดแปลงเป็นอาวุธร้ายแรง พร้อมกวาดล้างช่องทางจำหน่ายผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์

  1. เพิ่มความรับผิดชอบของเจ้าของปืน

กำหนดมาตรฐานการเก็บรักษาอาวุธปืนให้ปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีที่มีเด็กอยู่ภายในบ้าน เพื่อไม่ให้อาวุธถูกนำออกไปใช้โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต

  1. พัฒนาระบบตรวจสอบผู้ขอครอบครองปืน

พิจารณาทั้งประวัติอาชญากรรม คุณสมบัติ และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ก่อนอนุญาตให้บุคคลครอบครองหรือพกพาอาวุธ

  1. สร้างระบบแจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยง

หากมีสัญญาณเตือน เช่น การข่มขู่ การเผยแพร่ข้อความที่สื่อถึงการเตรียมใช้ความรุนแรง หรือพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ต้องมีช่องทางให้ครอบครัว โรงเรียน และเจ้าหน้าที่สามารถประสานเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

  1. เน้น “ความแน่นอนในการบังคับใช้กฎหมาย”

แนวคิดสำคัญของบทความคือ ความรุนแรงของโทษไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้คนเกรงกลัวกฎหมาย

หากกฎหมายกำหนดโทษรุนแรงมาก แต่ผู้กระทำผิดเชื่อว่าตนเองไม่มีโอกาสถูกจับ ความรุนแรงของโทษอาจไม่ได้สร้างแรงยับยั้งในระดับที่คาดหวัง

🔎 จาก “ลงโทษปลายทาง” สู่ “ป้องกันต้นเหตุ”

ข้อเสนอหลักของบทความจึงมุ่งไปที่การปรับระบบให้ครบวงจร ตั้งแต่ การควบคุมอาวุธ การเก็บรักษาปืน การตรวจสอบผู้ครอบครอง การเฝ้าระวังสัญญาณเตือน การดูแลสุขภาพจิต ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

สำหรับข้อถกเถียงเรื่องโทษประหารชีวิตนั้น งานของ Amnesty ระบุว่าทางองค์กรไม่เห็นว่าโทษประหารชีวิตเป็นเครื่องมือยับยั้งอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ และเสนอให้มุ่งสร้างระบบป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพแทน

ท้ายที่สุด บทเรียนสำคัญจากเหตุความรุนแรงที่ถูกกล่าวถึงในบทความจึงไม่ได้อยู่ที่การถามเพียงว่า “จะลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างไร” แต่ต้องย้อนกลับไปถามว่า “ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้อาวุธหลุดไปอยู่ในมือเด็ก และทำอย่างไรจึงจะตรวจพบสัญญาณอันตรายก่อนมีผู้เสียชีวิต”

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ระบบกฎหมาย โรงเรียน ครอบครัว เจ้าหน้าที่รัฐ และสังคมไทยต้องร่วมกันตอบ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงกลายเป็นเพียงข่าวที่ถูกลืมหลังผ่านพ้นไป

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: บทความ “ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรมกราดยิง” ของวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569; Amnesty International Thailand; United Nations Human Rights Office และข้อมูลเกี่ยวกับการประหารชีวิตในประเทศไทย

กราดยิงนนทบุรี #โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี #MassShooting #กฎหมายอาวุธปืน #อาวุธปืน #เด็กและเยาวชน #ศาลเยาวชนและครอบครัว #โทษประหารชีวิต #ICCPR #สิทธิมนุษยชน #ควบคุมอาวุธปืน #วัสติงสมิตร #ถอดบทเรียนสังคมไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์