วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เตรียมผลักดันโครงการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน
สาระสำคัญของโครงการ คือ รัฐบาลเตรียมสนับสนุนเงินอุดหนุนแบบให้เปล่า 50,000 บาทต่อครัวเรือน โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดกู้เงินด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมนำระบบ Net Billing มาใช้ เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า โดยรายได้จากการขายไฟจะถูกนำมาหักลบกับค่าไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะยาว
ในด้านการเงิน กระทรวงการคลังได้ประสานความร่วมมือกับ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินก้อนสำหรับค่าติดตั้งที่เหลือหลังหักเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
แนวทางการพิจารณาสินเชื่อจะใช้ข้อมูลประวัติการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือนเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
รัฐบาลยังออกแบบระบบการผ่อนชำระให้สอดคล้องกับค่าไฟที่ประหยัดได้ เช่น หากบ้านหลังหนึ่งลดค่าไฟได้ประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน อาจนำ 1,000 บาท ไปชำระค่างวดสินเชื่อ และอีก 1,000 บาท เป็นเงินที่ประชาชนประหยัดได้จริงในแต่ละเดือน
นายเอกนิติระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้น ระบบโซลาร์รูฟขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีราคาตลาดประมาณ 100,000 บาทเศษ จะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-4 ปี และหลังจากนั้นประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดค่าไฟอย่างเต็มที่
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าครอบคลุมประมาณ 500,000-1,000,000 ครัวเรือน โดยเหมาะกับบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเดือน
ด้านความปลอดภัย การติดตั้งทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบ One Stop Service โดย กฟน. และ กฟภ. จะเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้งและรับรองผู้ประกอบการ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะผลักดันการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยและสร้างการจ้างงานเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใน 1 เดือน ก่อนเริ่มดำเนินการส่งเงินอุดหนุนให้ประชาชนตามขั้นตอนต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ
