6 สิงหาคม 2569 พ.อ. พงศกร แสงกุล รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ.กกล.ทพ.จชต.) เปิดเผยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมยืนยันว่าปัจจัยสำคัญของเหตุรุนแรงยังคงมาจาก ขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับใต้ดินที่มีรูปแบบการเคลื่อนไหวคล้ายองค์กรก่อการร้ายในต่างประเทศ แม้ประเทศไทยจะใช้คำเรียกว่า “กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง”
พ.อ. พงศกร กล่าวว่า เป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวคือการสร้างผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจากส่วนกลางเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ด้านงานข่าว พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังใกล้เคียงกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จะใช้การวิเคราะห์ข่าวกรองตามหลัก IPB ควบคู่กับการหาข่าวจากทั้งระบบเปิดและระบบปิด รวมถึงอาศัยเครือข่ายกำลังพลในพื้นที่ แต่การปฏิบัติงานยังมีข้อจำกัด เนื่องจาก BRN มีโครงสร้างแบบลับและแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน
ข้อมูลจากสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ระบุว่า มีแนวร่วมที่สามารถพิสูจน์ตัวตนด้วยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และ DNA ได้ประมาณ 1,800 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าจำนวนผู้เกี่ยวข้องจริงอาจสูงกว่านี้
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าปัญหาคุณภาพการศึกษาในบางพื้นที่ รวมถึงการบิดเบือนคำสอนทางศาสนาในสถานศึกษาบางแห่ง ถูกใช้เป็นปัจจัยในการปลูกฝังแนวคิดให้กับเยาวชน ซึ่งภาครัฐมองว่าเป็นประเด็นที่ต้องแก้ไขอย่างรอบคอบ ทั้งด้านความมั่นคง การศึกษา และการพัฒนาสังคม
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ยุทธวิธีหลักของ BRN ตลอดกว่า 20 ปีจะยังคงเดิม แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนแนวทาง โดยมุ่งสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกองกำลังภาครัฐ พร้อมใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อชี้นำความคิดเห็นของสังคม
นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างผู้นำจากแกนนำรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ โดยลดการใช้ประเด็นศาสนาเป็นแรงจูงใจ และหันมาใช้ปัจจัยด้านอารมณ์ ความรู้สึก และธรรมชาติของวัยรุ่นเพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่ขบวนการ แม้ว่าสมาชิกบางส่วนจะอยู่ไม่นาน แต่ผู้ที่มีหมายจับมักไม่มีทางเลือกและต้องเข้าร่วมอย่างถาวร
สำหรับเหตุโจมตีด่านตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุแบ่งกำลังเป็น “ทหารหลัก” ที่ปฏิบัติการบนพื้นที่ภูเขา และ “ทหารบ้าน” ที่ทำหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ วางแผน และแจ้งเตือน โดยมีการจัดตั้งเครือข่ายในแต่ละหมู่บ้าน
ในด้านการเงิน พบว่าท่อน้ำเลี้ยงของขบวนการมาจากการเรี่ยไรและเงินบริจาคของสมาชิก โดยประเมินว่ามีเงินหมุนเวียนรวมสูงถึง ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง
ทั้งนี้ กองกำลังทหารพรานและอาสาสมัครทหารพรานในพื้นที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความเสี่ยง แม้อัตรากำลังปัจจุบันจะยังบรรจุได้ไม่ครบตามเป้าหมายก็ตาม
หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับยุทธวิธี โครงสร้าง และแหล่งเงินสนับสนุนของ BRN ในข่าวนี้ เป็นคำกล่าวและการประเมินของเจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง ซึ่งยังเป็นข้อมูลในชั้นการข่าวและการประเมินของหน่วยงานรัฐ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: The Standard, กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้
