1 สิงหาคม 2569 – นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาตามมาตรา112 -พรบ.คอมฯ ซึ่งหลบหนีอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความคิดเห็นต่อกระแสเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม 5 ศพที่กำลังเป็นข่าว โดยระบุว่าความโกรธและความสะเทือนใจของสังคมเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่เห็นว่าการถกเถียงเรื่องโทษประหารควรตั้งอยู่บนเหตุผลและหลักการของระบบยุติธรรม
ปวินระบุว่า กระแสเรียกร้องให้ “ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต” สะท้อนความรู้สึกของผู้คนที่เห็นความสูญเสียจากอาชญากรรมร้ายแรง และหลายฝ่ายมองว่าโทษประหารชีวิตเป็นบทลงโทษที่สาสม รวมทั้งช่วยป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดกลับมาก่อเหตุซ้ำ
ขณะเดียวกัน เขายังยกเหตุผลของผู้คัดค้านโทษประหารชีวิต ซึ่งเสนอให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสปล่อยตัวแทน โดยให้เหตุผลว่า หากเกิดความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม การประหารชีวิตเป็นบทลงโทษที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังมีข้อถกเถียงในวงวิชาการว่า ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าโทษประหารสามารถยับยั้งอาชญากรรมได้ดีกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต
ปวินยังระบุว่า ประเด็นสำคัญของการถกเถียงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ผู้กระทำผิดสมควรได้รับโทษประหารหรือไม่” แต่เป็นคำถามว่า “รัฐควรมีอำนาจพรากชีวิตประชาชนหรือไม่” และระบบยุติธรรมควรตั้งอยู่บนหลักการตอบโต้ความผิด หรือมุ่งคุ้มครองสังคมภายใต้หลักนิติรัฐ
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงบัญญัติ โทษประหารชีวิต ไว้ในกฎหมายสำหรับความผิดบางประเภท โดยการลงโทษจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล ขณะที่ในระดับนานาชาติ ยังคงมีทั้งประเทศที่คงโทษประหารและประเทศที่ยกเลิกโทษดังกล่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
- โพสต์เฟซบุ๊กของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
- Thailand Vision
- ประมวลกฎหมายอาญา
- องค์การสหประชาชาติ (ข้อมูลด้านโทษประหารชีวิต)
