1 สิงหาคม 2569
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่การสร้างสนามบินหรือเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีกต่อไป
แต่เป็นการช่วงชิง “ข้อมูลอากาศและอวกาศ” ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ครอบคลุมโดรน ดาวเทียม ระบบนำทาง การสื่อสาร การเกษตร การแพทย์ การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ
บทเรียนจาก สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น พบว่า ความสำเร็จเกิดจากการที่รัฐกำหนดมาตรฐานและกติกาที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้เอกชนแข่งขัน ลงทุนวิจัย พัฒนาบุคลากร และนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
สาเหตุที่หลายประเทศเร่งลงทุน เพราะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดาวเทียม และอากาศยานไร้คนขับ ทำให้ข้อมูลจากน่านฟ้าและอวกาศกลายเป็นหัวใจของความมั่นคงและเศรษฐกิจในอนาคต ประเทศที่ควบคุมข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานได้ จะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก
สำหรับประเทศไทย แม้จะเริ่มพัฒนาโดรน ดาวเทียม และกฎหมายด้านการบิน แต่การบริหารยังแยกส่วนหลายหน่วยงาน ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลและการกำหนดยุทธศาสตร์ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
ข้อเสนอสำคัญคือ จัดตั้งยุทธศาสตร์อากาศและอวกาศแห่งชาติ เชื่อมโยงทุกหน่วยงาน เปิดข้อมูลสาธารณะ พัฒนาระบบบริหารการบินโดรน สนับสนุนการแข่งขันที่เป็นธรรม และเร่งสร้างบุคลากรและเทคโนโลยีของไทย เพื่อให้ผลประโยชน์ตกถึงประชาชน ไม่ใช่กระจุกอยู่กับผู้ถือครองข้อมูลหรือทุนรายใหญ่
หากประเทศไทยปฏิรูปได้สำเร็จ น่านฟ้าและอวกาศจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
ICAO, UNOOSA, FAA (สหรัฐอเมริกา), CNES (ฝรั่งเศส), MLIT (ญี่ปุ่น), CAAT และ GISTDA
