วันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภากรุงเทพมหานครเกิดเหตุวุ่นวายระหว่างการประชุม หลังเกิดข้อทักท้วงเกี่ยวกับผลการลงมติในวาระพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภา กทม. จนต้องสั่งพักการประชุมเพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ลงคะแนนอย่างละเอียด
การประชุมดังกล่าวมี นางภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องการประชุมของคณะกรรมการ ซึ่งสามารถเปิดเผยและถ่ายทอดการประชุมได้ตามที่ประธานเห็นสมควร
เหตุการณ์เริ่มขึ้นระหว่างการพิจารณา วาระ 7.11 ญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภา กทม. ที่เสนอโดย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก เมื่อมีการลงมติแล้วปรากฏว่าจำนวนคะแนนไม่สอดคล้องกับจำนวนสมาชิกที่อยู่ภายในห้องประชุม
ทำให้ นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน ลุกขึ้นประท้วงทันที พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผลคะแนนที่แสดงออกมามีความผิดปกติ ก่อนที่ ส.ก.อีกหลายคนจะร่วมอภิปรายและเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
ต่อมา นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภา กทม. ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมในช่วงเวลาดังกล่าว ได้สั่งให้นับจำนวนสมาชิกที่อยู่ภายในห้องประชุมใหม่ พร้อมให้สำนักเลขาธิการนำรายชื่อผู้ลงคะแนนทั้งหมดขึ้นแสดงบนจอ เพื่อให้สมาชิกทุกคนร่วมตรวจสอบ และสั่งพักการประชุมชั่วคราวระหว่างรอข้อมูล
ภายหลังกลับเข้าสู่การประชุม นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา ได้ลุกขึ้นแสดงความรับผิดชอบต่อที่ประชุม โดยยอมรับว่าเป็นผู้เสียบบัตรลงคะแนนแทนเพื่อนสมาชิก ส่งผลให้มีการลงคะแนนพร้อมกันถึง 2 เครื่อง ได้แก่ เครื่องของตนเอง และเครื่องของ ว่าที่ร้อยตรี ไซราม ประกายกิจ ส.ก.เขตสาทร
ขณะเดียวกัน ว่าที่ร้อยตรีไซรามยอมรับต่อที่ประชุมว่า ในช่วงการลงมติวาระดังกล่าว ตนไม่ได้อยู่ภายในห้องประชุม แต่กลับมีชื่อปรากฏเป็นผู้ร่วมลงคะแนน จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายในสภา
หลังการยอมรับดังกล่าว ส.ก.หลายคนแสดงความไม่เห็นด้วย พร้อมระบุว่าการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ถือเป็นการกระทำที่ส่งผลให้การลงมติเกิดขึ้นแล้ว และอาจเข้าข่ายความผิดตามบรรทัดฐานที่เคยเกิดขึ้นกับกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอดีต ซึ่งมีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แกนนำของ ส.ก.บางพรรคได้เริ่มหารือถึงแนวทางดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับของสภา เพื่อพิจารณาความรับผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผลต่อการตรวจสอบกระบวนการลงมติของสภา กทม. ในอนาคต
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการประชุมสภากรุงเทพมหานคร และทำให้ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการลงมติของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เนชั่นสุดสัปดาห์, ข้อมูลจากการประชุมสภากรุงเทพมหานคร และรายงานผู้สื่อข่าวภาคสนาม
