ข่าวประจำวัน » ข่าวเด่น » แตกหักส้ม !! “อนุทิน” ไฟเขียว “ศุภชัย” ลุย กกต. สอบเอาผิด สว.ส้ม ขุดปมจัดเลี้ยง–รวมตัวผู้สมัคร 300 คน

แตกหักส้ม !! “อนุทิน” ไฟเขียว “ศุภชัย” ลุย กกต. สอบเอาผิด สว.ส้ม ขุดปมจัดเลี้ยง–รวมตัวผู้สมัคร 300 คน

30 July 2026
60   0

30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.10 น. ทำเนียบรัฐบาล — ศึก “ฮั้วเลือก สว.” กำลังร้อนระอุขึ้นอีกด้าน เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดทางให้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ดำเนินการตามกฎหมาย กรณีเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการรวมตัวและการจัดเลี้ยงของกลุ่มผู้สมัคร สว.ที่ถูกเรียกว่า “สว.ส้ม” ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว.หรือไม่

งานนี้เรียกได้ว่าไฟการเมืองกำลังลามกลับอีกฝั่ง!

เพราะก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยกำลังตกอยู่ท่ามกลางข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. แต่ล่าสุดฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยกลับหยิบข้อมูลเกี่ยวกับ การรวมตัวของผู้สมัคร สว.ประมาณ 300 คน การจัดเลี้ยง ค่าเช่าสถานที่ ที่พัก และตั๋วเครื่องบิน ขึ้นมาตั้งคำถามต่อ กกต.เช่นกัน

“อนุทิน” เปิดทางเต็มที่ เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายอนุทินว่า เห็นด้วยกับแนวทางที่นายศุภชัยเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นการทำหน้าที่ของนายศุภชัยในฐานะผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามต่อว่า หากเห็นว่ามีพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ก็ถือว่า “ไฟเขียว” ให้ดำเนินการใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุในสาระสำคัญว่า เป็นหน้าที่ของนายศุภชัยที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความถูกต้อง

เหตุผลสำคัญคือ หากมีคดีความเกิดขึ้น พรรคและสมาชิกพรรคซึ่งนายศุภชัยมีหน้าที่ดูแลด้านกฎหมาย ย่อมต้องได้รับการปกป้อง และต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน

นายอนุทินยังย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลพร้อมเปิดเผยข้อมูล และต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายโดย “ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร”

จุดระเบิดอยู่ที่ “งานเลี้ยง–ค่าใช้จ่าย–ผู้สมัคร 300 คน”

ต้นเรื่องเกิดขึ้นวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เมื่อศุภชัยออกมาตั้งประเด็นเกี่ยวกับกลุ่มผู้สมัคร สว.ที่ถูกเรียกว่า “สว.ส้ม” โดยเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบว่า การรวมตัวกันของผู้สมัครประมาณ 300 คน ก่อนหรือระหว่างกระบวนการเลือก สว. มีพฤติการณ์ที่กฎหมายห้ามหรือไม่

สิ่งที่ศุภชัยต้องการให้ตรวจสอบมีตั้งแต่ ใครเป็นผู้จัด ใครออกค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ค่าเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน และที่พัก ตลอดจนการรวมตัวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกบุคคลใดหรือไม่

ศุภชัยยังอ้างถึงอำนาจของ กกต.ตาม มาตรา 41 ในการสืบสวนหรือไต่สวนเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย โดยระบุว่าพร้อมนำข้อมูลหรือหลักฐานที่มีส่งให้ กกต.พิจารณา

แต่ต้องย้ำให้ชัดว่า ขณะนี้ทั้งหมดเป็น ข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบ ยังไม่มีคำวินิจฉัยของ กกต.ว่าบุคคลหรือกลุ่มดังกล่าวกระทำผิดกฎหมาย

ย้อนปี 2567 “สว.ประชาชน” เกิดขึ้นอย่างไร

ต้องย้อนกลับไปก่อนการเลือก สว.ชุดปัจจุบันในปี 2567

ขณะนั้นเครือข่ายภาคประชาสังคมหลายกลุ่ม รวมถึง iLaw และเครือข่าย CALL เปิดแคมเปญ “สมัครเพื่อโหวต” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนสมัครเข้าสู่กระบวนการเลือก สว. เนื่องจากระบบตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้เลือกกันเองหลายระดับ

ด้านคณะก้าวหน้าก็เปิดแคมเปญ “สว.ประชาชน” สนับสนุนให้ประชาชนเข้าสมัคร เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สมัครที่เป็นอิสระเข้าสู่ระบบ

ในเวลานั้นมีคำเตือนจาก กกต.อยู่แล้วว่า การรณรงค์ให้ประชาชนสมัครสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ล้ำเส้นไปถึงการให้อามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์ รวมถึงการจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจให้บุคคลสมัคร ถอนการสมัคร หรือเลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง

นี่จึงกลายเป็นฐานของข้อถกเถียงในปี 2569 ว่า กิจกรรมบางอย่างในช่วงกระบวนการเลือก สว.เมื่อสองปีก่อนเป็นเพียง “การรณรงค์” หรือเลยเส้นไปเป็น “การจัดตั้งเพื่อการเลือก”

คำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายการเมืองฝ่ายใด แต่ต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ กกต.ใช้พิจารณา

ทำไมภูมิใจไทยถึงเปิดเกมรุกเวลานี้

จังหวะเวลาถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แห่ง iLaw เปิดเผยข้อมูลที่อ้างว่าเกี่ยวโยงนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยรวม 9 คน กับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว.

เรื่องดังกล่าวทำให้พรรคภูมิใจไทยถูกกดดันอย่างหนัก ขณะที่พรรคประกาศดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อยิ่งชีพ ส่วนฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายอนุทินและบุคคลที่ถูกพาดพิงชี้แจงข้อกล่าวหาแทนการใช้คดีความตอบโต้

เมื่อมาถึงวันที่ 29 กรกฎาคม ศุภชัยจึงเปิดอีกด้านของสมรภูมิ โดยตั้งคำถามว่า หากต้องตรวจสอบข้อกล่าวหาฮั้ว สว. ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกกลุ่ม

และวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 08.10 น. นายอนุทินก็เปิดทางให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการตามกระบวนการ

“เส้นเงิน” กลายเป็นกุญแจของทั้งสองฝั่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายอนุทินว่า จุดตัดสำคัญของคดีอยู่ที่ เส้นทางการเงิน หรือไม่ และหากไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยที่ถูกพาดพิง อาจทำให้บุคคลเหล่านั้นไม่มีความผิดหรือไม่

นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด

เหตุผลคือ ตัวนายอนุทินเองถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปคดี การให้ความเห็นอาจกระทบกระบวนการพิจารณา จึงขอให้ทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุทินย้ำว่า

“เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร”

จากเกมรับสู่เกมตรวจสอบสองฝั่ง

ศึกฮั้ว สว.จึงเดินมาถึงจุดที่ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบฝ่ายเดียวอีกต่อไป

ด้านหนึ่ง มีข้อกล่าวหาและข้อมูลที่พาดพิงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งยังต้องพิสูจน์ในกระบวนการของ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกด้าน ฝ่ายกฎหมายภูมิใจไทยกำลังเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบกิจกรรมของกลุ่มผู้สมัครที่ถูกเรียกว่า “สว.ส้ม” โดยเฉพาะคำถามว่า ใครออกเงิน ใครจัดเลี้ยง ใครออกค่าเดินทาง และมีการตกลงเรื่องการลงคะแนนหรือไม่

หากมีหลักฐาน ทุกฝ่ายย่อมต้องถูกตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน

แต่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยจาก กกต.หรือศาล ยังไม่ควรฟันธงว่าฝ่ายใด “ฮั้ว สว.” หรือกระทำผิดแล้ว

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 จึงเป็นอีกวันสำคัญของศึกการเมืองรอบนี้ เมื่อ “อนุทิน” เปิดทางให้ฝ่ายกฎหมายภูมิใจไทยเดินหน้า และ “ศุภชัย” เตรียมนำข้อสงสัยเรื่องการรวมตัว–จัดเลี้ยง–เส้นเงินของกลุ่มผู้สมัคร สว.เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ กกต.

จากนี้ต้องจับตา กกต. ว่าจะรับเรื่องและเปิดการสืบสวนหรือไม่ เพราะหากเปิดจริง ศึก “ฮั้ว สว.” อาจไม่ได้มีเพียงสำนวนเดียวหรือกลุ่มเดียวให้ตรวจสอบอีกต่อไป

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ข่าวสด วันที่ 30 กรกฎาคม 2569; มติชน วันที่ 30 กรกฎาคม 2569; เดลินิวส์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569; ไทยโพสต์; ThaiPublica และ THE STANDARD

อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #ศุภชัยใจสมุทร #ภูมิใจไทย #สวส้ม #สวประชาชน #ฮั้วสว #เลือกสว #กกต #เส้นเงิน #จัดเลี้ยง #พรรคประชาชน #iLaw #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์