29 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.14 น. — คดีร้อน “ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ” สะเทือนวงการสีกากีอีกระลอก เมื่อมีรายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมชะลอการลาออกจากราชการที่เจ้าตัวยื่นไว้ก่อนเกษียณ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนดำเนินต่อไป
นี่ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญอีกครั้งของมหากาพย์ “ชั้น 14” ซึ่งลากยาวจากกรณีการเข้ารักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงพยาบาลตำรวจ และนำไปสู่การตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เบรกลาออก! ต้องรอผลสอบวินัยร้ายแรง
รายงานระบุว่า การตั้งกรรมการครั้งนี้มี จเรตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการสอบสวน และเป็นการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
จุดที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ตัดสินใจ ยื่นลาออกจากราชการ โดยมีรายงานตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมว่า เจ้าตัวต้องการออกจากระบบราชการเพื่อต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
แต่ล่าสุดการลาออกยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามปกติ เนื่องจากมีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขึ้นมาเสียก่อน
เท่ากับว่า ปมชั้น 14 ยังตามประกบถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเกษียณ
ย้อนปม! ถูกย้ายช่วยราชการตั้งแต่การสอบยังไม่จบ
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน
ย้อนกลับไปวันที่ 30 มีนาคม 2569 ผบ.ตร.เคยลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. ต่ออีก 3 เดือน โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับกรณีชั้น 14 มีความซับซ้อนและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
จากการช่วยราชการ
มาถึงการยื่นลาออก
และล่าสุดกลายเป็น “สอบวินัยร้ายแรง”
เส้นทางของคดีจึงเดินเข้าสู่ขั้นตอนที่เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“สมชาย แสวงการ” โพสต์เดือด จี้อย่าหยุดแค่คนเดียว
ด้าน สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งติดตามคดีชั้น 14 มาอย่างต่อเนื่อง โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อความเคลื่อนไหวล่าสุด โดยระบุในสาระสำคัญว่า
“คดีชั้น 14 แพทย์ใหญ่ รพ.ทวีศิลป์ ถูกตั้ง กก.วินัยร้ายแรง สกัดลาออกก่อนเกษียณแล้ว แต่คนบงการ ผู้ร่วมขบวนการ ได้เลื่อนขั้นอวยยศ และยังลอยนวล”
ถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงของนายสมชาย โดยพุ่งประเด็นไปที่คำถามว่า การตรวจสอบคดีชั้น 14 จะจบเพียงบุคลากรบางราย หรือจะสาวไปถึงเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า คำว่า “คนบงการ” “ผู้ร่วมขบวนการ” หรือการกล่าวว่าบุคคลใดลอยนวล เป็นความเห็นและข้อกล่าวหาของนายสมชาย ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงมีความผิด
คดีชั้น 14 จาก “การรักษาตัว” สู่มหากาพย์ตรวจสอบ
ต้นเหตุทั้งหมดต้องย้อนกลับไปหลังนายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และเข้าสู่กระบวนการรับโทษ ก่อนถูกนำตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปยังโรงพยาบาลตำรวจในคืนเดียวกัน
จากนั้นนายทักษิณพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นเวลาหลายเดือน จนนำไปสู่ข้อสงสัยและการร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับกระบวนการส่งตัวออกไปรักษานอกเรือนจำและมาตรฐานที่ใช้กับผู้ต้องขัง
เรื่องบานปลายจากข้อถกเถียงทางการเมืองเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหลายองค์กร ทั้งแพทยสภา หน่วยงานตำรวจ ป.ป.ช. และกระบวนการศาล
ปม “เลื่อนขั้น-อวยยศ” ถูกลากขึ้นโต๊ะอีกครั้ง
ประเด็นที่นายสมชายหยิบขึ้นมารอบล่าสุดคือ สถานะของเจ้าหน้าที่รายอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีความเคลื่อนไหวคัดค้านการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกพาดพิงในคดีชั้น 14 โดยมีผู้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ตรวจสอบความเหมาะสม เนื่องจากบางรายอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบด้านจริยธรรมและกฎหมาย
แต่ต้องแยกให้ชัดว่า การถูกตรวจสอบ การถูกกล่าวหา หรือการถูกตั้งกรรมการสอบสวน ยังไม่เท่ากับมีความผิด การลงโทษต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการกฎหมาย
จับตาผลสอบวินัยร้ายแรง จุดชี้ชะตาก่อนเกษียณ
หลังคำสั่งล่าสุด จุดสำคัญจึงอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนว่าจะพบข้อเท็จจริงอย่างไร และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์จะต่อสู้ข้อกล่าวหาด้วยพยานหลักฐานใด
หากผลสอบพบความผิด กระบวนการก็ต้องดำเนินไปตามกฎหมายและระเบียบราชการ
แต่หากไม่พบความผิด เจ้าตัวก็ย่อมมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมและการคืนความชอบธรรมเช่นกัน
ส่วนคำเรียกร้องของสมชายที่ต้องการให้ตรวจสอบ “คนบงการและผู้ร่วมขบวนการ” จะไปไกลเพียงใด ต้องรอดูว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่นหรือไม่
เพราะคดีชั้น 14 ที่เริ่มจากคำถามเรื่องการรักษาตัวของผู้ต้องขังหนึ่งคน วันนี้ได้ขยายวงเข้าสู่การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ และล่าสุดเดินมาถึงขั้น ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเบรกการลาออกก่อนเกษียณ
มหากาพย์ชั้น 14 จึงยังไม่ปิดฉาก และผลสอบจากนี้อาจเป็นตัวชี้ว่า ความรับผิดจะหยุดอยู่ตรงไหน และจะมีใครถูกตรวจสอบเพิ่มเติมอีกหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ไทยโพสต์, มติชน, THE STANDARD และโพสต์ของสมชาย แสวงการ
#คดีชั้น14 #ชั้น14 #ทวีศิลป์เวชวิทารณ์ #หมอทวีศิลป์ #โรงพยาบาลตำรวจ #สอบวินัยร้ายแรง #ผบตร #สมชายแสวงการ #ทักษิณ #แพทยสภา #ปปช #ตำรวจ #การเมืองไทย #ข่าวด่วน #สำนักข่าววิหคนิวส์


