มหากาพย์คดีลักทรัพย์บ้าน “แน็ก ชาลี ไตรรัตน์” กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเจ้าตัวออกมาติดตามทรัพย์สินที่ถูกขโมย โดยเฉพาะ อาวุธปืนโบราณมีทะเบียนจำนวน 65 กระบอก ซึ่งแน็กระบุว่าเป็นของสะสมที่ใช้เวลาตามหามานานหลายปีและมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก
ย้อนกลับไปวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 แน็กเผยว่าบ้านพักย่านโชคชัย 4 ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ ของสะสมจำนวนมหาศาลถูกกวาดออกจากบ้าน ทั้งเครื่องดนตรีโบราณ กีตาร์ ไวโอลิน เงินสด ทองคำ และอาวุธปืน โดยสื่อหลายแห่งรายงานมูลค่าความเสียหายตั้งแต่กว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับรายการทรัพย์สินที่นำมาประเมิน
คดีมีความคืบหน้าในเวลาต่อมา โดยวันที่ 24 กันยายน 2568 ตำรวจสืบสวนนครบาล 4 เปิดเผยการติดตามจับกุมผู้ต้องหา หลังพบการนำกีตาร์ที่แน็กยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินของตนไปประกาศขายทางออนไลน์ ก่อนขยายผลตรวจค้นและยึดทรัพย์สินกลับมาได้หลายรายการ ทั้งกีตาร์ ไวโอลิน และอาวุธปืน 1 กระบอก
แต่ประเด็นที่แน็กติดใจหนักที่สุดคือ ปืนโบราณที่ยังไม่ได้กลับคืนมาส่วนใหญ่
เจ้าตัวเคยระบุว่าปืนเหล่านี้ไม่ได้สะสมเพื่อนำมาใช้งาน แต่เก็บรักษาอย่างดีมานานนับสิบปี บางกระบอกใช้เวลาตามหาถึงหลายปี จึงเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางจิตใจชนิดที่ประเมินเป็นเงินได้ยาก
กระทั่งวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. แน็กเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อยื่นหลักฐานและขอให้ช่วยติดตามคดี หลังมองว่าเรื่องดำเนินมาเป็นเวลานาน โดยเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และย้ำว่าต้องการความยุติธรรม รวมถึงอยากได้ทรัพย์สินสำคัญกลับคืน
ก่อนหน้านั้น ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ยืนยันเมื่อ 31 มีนาคม 2569 ว่าตำรวจยังดำเนินคดีต่อเนื่องและจะช่วยติดตามทรัพย์สิน โดยเฉพาะอาวุธปืนซึ่งมีทะเบียนและสามารถตรวจสอบติดตามได้
ส่วนข้อความที่กำลังแชร์กันว่า “ตำรวจเรียกแน็กไปรับปืน แต่ได้คืนเป็นปืนพลาสติกสำหรับโชว์ติดผนังเพียง 1 กระบอก” รวมถึงคำกล่าวอ้างว่าตำรวจระบุว่า ไม่สามารถขยายผลได้เพราะผู้ต้องหาถูกส่งเข้าเรือนจำแล้ว — จากการตรวจสอบครั้งนี้ ยังไม่พบรายงานจากแหล่งข่าวหลักหรือคำชี้แจงตำรวจที่ยืนยันรายละเอียดดังกล่าวอย่างเพียงพอ จึงไม่ควรเขียนเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาดจนกว่าจะมีหลักฐานหรือคำชี้แจงเพิ่มเติม
สิ่งที่ยืนยันได้คือ คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 มีการจับกุมผู้ต้องหาและติดตามทรัพย์สินบางส่วนกลับคืนแล้ว แต่ปืนสะสมจำนวนมากยังเป็นสิ่งที่แน็กเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ติดตามกลับมา
เรื่องจึงไม่ได้อยู่เพียงคำถามว่า “ของจะได้คืนเมื่อไร” แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่ากระบวนการติดตามทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรม โดยเฉพาะอาวุธปืนมีทะเบียนจำนวนมาก จะสามารถสาวไปถึงผู้ครอบครองและนำกลับคืนเจ้าของได้ครบถ้วนเพียงใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยพีบีเอส, ไทยรัฐ, ข่าวสด และคำให้ข้อมูลของแน็ก ชาลีเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์
