เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ยุคป้ายฟ้ามาแล้ว!! EV จ่อมีสีประจำตัว ขนส่งฯ ต้องจัดระบบใหม่ไม่ให้ป้ายรับจ้าง–ส่วนบุคคลปนกัน

ยุคป้ายฟ้ามาแล้ว!! EV จ่อมีสีประจำตัว ขนส่งฯ ต้องจัดระบบใหม่ไม่ให้ป้ายรับจ้าง–ส่วนบุคคลปนกัน

27 July 2026
41   0

27 กรกฎาคม 2569 — ระบบทะเบียนรถไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังกรมการขนส่งทางบกยกร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะแผ่นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV ให้ใช้พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง เพื่อให้สามารถจำแนกรถไฟฟ้าออกจากรถเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างรวดเร็ว

แต่เบื้องหลัง “ป้ายฟ้า” ไม่ใช่เรื่องแฟชั่น ไม่ใช่ทำให้รถ EV ดูแตกต่าง และไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะจำนวนรถไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น

หัวใจสำคัญคือความปลอดภัย

รถ BEV มีระบบแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ดับเพลิง หรือตำรวจจำเป็นต้องสามารถแยกให้ออกอย่างรวดเร็วว่ารถที่อยู่ตรงหน้าเป็นรถไฟฟ้า เพื่อเลือกวิธีเข้าช่วยเหลือและรับมือความเสี่ยงอย่างเหมาะสม รายงานเกี่ยวกับร่างกฎจึงระบุถึงการใช้พื้นสีฟ้าสะท้อนแสงและเครื่องหมายสำหรับจำแนกรถ EV

แต่ทันทีที่แนวคิดนี้ถูกเปิดออกมา ปัญหาใหญ่อีกด้านก็ปรากฏขึ้น

เพราะประเทศไทยไม่ได้ใช้สีป้ายทะเบียนเพื่อความสวยงามมาตั้งแต่ต้น แต่กำหนดขนาด ลักษณะ และสีของป้ายทะเบียนตามกฎหมาย เพื่อช่วยจำแนกรถประเภทต่าง ๆ โดยมีกฎกระทรวงรองรับโดยตรง

ดังนั้น เมื่อเพิ่มเงื่อนไขใหม่ว่า “รถคันนี้เป็น EV” เข้าไป ระบบทะเบียนยังต้องรักษาข้อมูลเดิมว่า “รถคันนี้จดทะเบียนใช้งานประเภทใด” เอาไว้ด้วย

นี่จึงกลายเป็นโจทย์ที่กรมการขนส่งทางบกต้องจัดระบบให้จบ

EV ส่วนบุคคลต้องแยกจาก EV รับจ้าง และ EV ประเภทอื่นได้อย่างชัดเจน

จะใช้พื้นฟ้าควบคู่สีตัวอักษรต่างกัน ใช้หมวดอักษร ใช้เครื่องหมายพิเศษ หรือออกแบบองค์ประกอบอื่นมาจำแนกประเภทรถอย่างไร ต้องรอดูรายละเอียดในกฎฉบับสมบูรณ์

ดังนั้น แนวคิดที่มีการพูดกันว่าในอนาคตอาจเห็น “ขาว–ฟ้า เหลือง–ฟ้า เขียว–ฟ้า” เพื่อแบ่งประเภทการใช้งานนั้น ยังไม่ใช่ข้อกำหนดที่ประกาศใช้แล้ว และไม่ควรนำไปฟันธงว่าเป็นรูปแบบสุดท้าย

ยิ่งน่าสนใจ เมื่อกรมการขนส่งทางบกเองกำลังรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน–27 กรกฎาคม 2569 โดยร่างดังกล่าวยังระบุถึงลักษณะและสีป้ายทะเบียนของรถรับจ้างประเภทนี้โดยเฉพาะ ยิ่งตอกย้ำว่า “ประเภทการใช้งาน” ยังคงเป็นข้อมูลสำคัญในระบบทะเบียนรถไทย

สาเหตุที่ต้องปรับระบบครั้งนี้

ต้นเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างยานยนต์ของประเทศไทยกำลังเปลี่ยน

อดีตรถส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์สันดาป เจ้าหน้าที่สามารถใช้ระบบทะเบียนแบบเดิมโดยมุ่งจำแนกประเภทรถและการใช้งานเป็นหลัก แต่เมื่อ BEV เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ป้ายทะเบียนจึงถูกเสนอให้ทำหน้าที่เพิ่มอีกชั้น คือ บอกชนิดระบบขับเคลื่อนเพื่อความปลอดภัย

จากเดิมป้ายทะเบียนตอบว่า

“รถประเภทอะไร”

ระบบใหม่กำลังพยายามให้ตอบเพิ่มว่า

“รถประเภทอะไร และเป็นรถไฟฟ้าหรือไม่”

ตรงนี้ต่างหากคือเหตุผลที่เรื่อง “ป้ายฟ้า” กลายเป็นมากกว่าการเปลี่ยนสีแผ่นโลหะธรรมดา

ส่วนเจ้าของ EV ที่จดทะเบียนไปแล้ว ยังไม่ต้องรีบไปเปลี่ยนป้ายทะเบียน เพราะกรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวยังเป็นร่าง และรถที่จดทะเบียนก่อนกฎใหม่มีผลไม่ต้องเปลี่ยนเป็นป้ายใหม่ทันที โดยมีแนวทางใช้เครื่องหมายเฉพาะสำหรับรถเดิมแทน

ที่สำคัญ ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ต้องย้ำอีกครั้งว่า “ป้ายทะเบียน EV สีฟ้า” ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้

กระบวนการยังอยู่ในขั้นร่างกฎหมาย ดังนั้นผู้ใช้ EV ไม่จำเป็นต้องนำรถไปขอเปลี่ยนป้ายในขณะนี้ ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการและรายละเอียดช่วงเปลี่ยนผ่านจากกรมการขนส่งทางบกเสียก่อน

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ “EV ได้ป้ายใหม่”

แต่เป็นการปรับระบบทะเบียนให้ทันกับยุคที่รถบนถนนไม่ได้แตกต่างกันเพียงว่าเป็นรถส่วนบุคคลหรือรถรับจ้างอีกต่อไป แต่ยังแตกต่างกันถึงระบบพลังงานและความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ป้ายฟ้าจึงมีเหตุผลด้านความปลอดภัยชัดเจน แต่กฎฉบับสุดท้ายต้องทำให้ประชาชน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมองป้ายเพียงครั้งเดียวแล้วแยกได้ทั้ง “รถ EV” และ “ประเภทการใช้งาน” โดยไม่สร้างความสับสนขึ้นมาแทนระบบเดิม

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: สำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก, กรมการขนส่งทางบก, ฐานเศรษฐกิจ รายงานความคืบหน้าร่างป้ายทะเบียน EV วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 และคำชี้แจงกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับสถานะร่างกฎและรถ EV ที่จดทะเบียนเดิม

#วิหคนิวส์ #ป้ายฟ้า #ป้ายทะเบียนEV #รถไฟฟ้า #EV #BEV #กรมการขนส่งทางบก #ป้ายทะเบียนรถ #รถรับจ้าง #รถส่วนบุคคล #แท็กซี่EV #กฎหมายใหม่ #ความปลอดภัยEV #ข่าวรถยนต์ #ข่าววันนี้