22 กรกฎาคม 2569 — ปมทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นยังร้อนต่อเนื่อง เมื่อ ดร. สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่เอกสารขอบเขตของงาน หรือ TOR พร้อมชี้เป้าไปยังขั้นตอนสำคัญของกระบวนการจัดสอบ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบ “อ่านให้ถึงจุดอ่อนช่องว่าง” และสาวให้ถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
ดร.สมชายระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ต้องการฝากข้อมูลถึง ป.ป.ช. ตำรวจสอบสวนกลาง และคณะกรรมการตรวจสอบของรองนายกรัฐมนตรีปกรณ์ นิลประพันธ์ ให้พิจารณา TOR โดยเฉพาะ หน้าที่ 18 ข้อ 4.11.12, 4.11.13 และหน้าที่ 19 ข้อ 4.12.9, 4.12.10 โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นจุดสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางของกระบวนการจัดสอบ
เมื่อพิจารณาจากเอกสารที่นายสมชายนำมาเผยแพร่ พบว่า TOR กำหนดรายละเอียดตั้งแต่การบันทึกและประมวลผลคะแนน การตรวจสอบคะแนน การจัดทำข้อมูลผลการสอบ ไปจนถึงการส่งมอบข้อมูลให้ กสถ.
ที่น่าจับตาคือ ข้อ 4.12.9 ซึ่งระบุถึงการจัดทำรายงานผู้ผ่านการสอบแยกเป็นไฟล์ รวมถึง File ประมวลผลคะแนนสอบ และไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเรียงผู้ผ่านการสอบตามคะแนน
ขณะที่ ข้อ 4.12.10 กำหนดเรื่องการส่งมอบผลการประมวลคะแนนสอบให้ กสถ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
นี่จึงเป็นจุดที่ดร.สมชายกำลังตั้งคำถามว่า ในกระบวนการตั้งแต่ ข้อสอบ → กระดาษคำตอบ → คะแนน → ไฟล์ประมวลผล → การจัดอันดับ → บัญชีผู้สอบผ่าน มีใครบ้างที่สามารถเข้าถึง จัดการ หรือส่งต่อข้อมูล และการตรวจสอบในปัจจุบันสาวไปถึงบุคคลเหล่านั้นครบถ้วนแล้วหรือไม่
ดร.สมชายยังระบุในโพสต์ว่า หากหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจอ่าน TOR ถึง “จุดอ่อนช่องว่าง” ก็อาจสาวไปถึงผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการได้เอง พร้อมใช้ถ้อยคำว่า “หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก”
ย้อนรอยปมร้อน “สอบท้องถิ่น”
กรณีนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดกระแสขึ้นวันนี้ ก่อนหน้านี้นายสมชายออกมาเปิดข้อมูลและตั้งคำถามต่อความผิดปกติของการสอบท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างของนายสมชายว่า การตรวจสอบผู้เข้าสอบประมาณ 5,000 รายพบกรณีคะแนนบางส่วนไม่ตรงกับข้อมูลจากภาพกระดาษคำตอบ ซึ่งกลายเป็นอีกประเด็นที่ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังต้องผ่านการพิสูจน์และข้อสรุปอย่างเป็นทางการของหน่วยงานสอบสวน
ต่อมาดร.สมชายยังเผยแพร่ข้อมูลที่เขาระบุว่าเป็นผลการตรวจสอบเบื้องต้น โดยกล่าวถึงสัดส่วน “โกง 60% ใช้เส้น 30% สอบได้เอง 10%” ซึ่งสื่อที่รายงานเรื่องนี้ก็ระบุชัดว่าเป็นข้อมูลจากนายสมชายและ ยังต้องรอการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
สำหรับการจัดสอบครั้งดังกล่าว กสถ.เป็นกลไกกลางในการจัดสอบบุคลากรท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้รับจ้างดำเนินการจัดสอบ โดยกระบวนการสอบมีผู้สมัครจำนวนมากและดำเนินการแบ่งตามภาค/เขต
ดังนั้น ประเด็นที่ต้องจับตาหลังการเปิด TOR รอบนี้ไม่ใช่เพียงว่า “มีการทุจริตหรือไม่” แต่ต้องสาวให้ชัดว่า หากมีการแก้ไขหรือแทรกแซงผลสอบจริง เกิดขึ้น ตรงขั้นตอนไหน ใครมีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ใครเป็นผู้สั่งการ และใครได้รับประโยชน์
เพราะหากตรวจเพียงปลายทาง แต่ไม่ตรวจระบบประมวลผล ไฟล์คะแนน การจัดอันดับ และบุคคลที่มีอำนาจเข้าถึงข้อมูล ก็อาจยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ต้องย้ำว่า ข้อความเรื่อง “ไอ้โม่งระดับบิ๊ก” หรือการมีบุคคลระดับสูงตกหล่นจากการสอบสวน ยังเป็นข้อสงสัยที่นายสมชายตั้งขึ้น มิใช่ข้อยุติว่าบุคคลใดกระทำผิด การชี้ตัวผู้กระทำผิดต้องอาศัยพยานหลักฐานและผลสอบสวนอย่างเป็นทางการ
เรื่องนี้จึงต้องจับตาว่า ป.ป.ช. ตำรวจ และคณะตรวจสอบจะขยายผลจาก TOR ไปถึงเส้นทางข้อมูลและผู้มีอำนาจควบคุมกระบวนการได้ลึกแค่ไหน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เอกสาร TOR ที่นายสมชาย แสวงการเผยแพร่ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569; ข้อมูลการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นของ กสถ.; รายงานความเคลื่อนไหวการตรวจสอบกรณีสอบท้องถิ่น
สมชายแสวงการ #โกงสอบท้องถิ่น #สอบท้องถิ่น #TOR #กสถ #ปปช #ตำรวจสอบสวนกลาง #CIB #ทุจริตสอบ #ข้าราชการท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #คอร์รัปชัน #ข่าววันนี้ #วิหคนิวส์ #สำนักข่าววิหคนิวส์





