เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ⚡พลิกเกมครั้งใหญ่!! อดีตผู้พิพากษาชี้ อาจต้อง “ขอบคุณภูมิใจไทย” ฟ้องยิ่งชีพ เปิดทางข้อเท็จจริงฮั้ว สว.ขึ้นโต๊ะศาล

⚡พลิกเกมครั้งใหญ่!! อดีตผู้พิพากษาชี้ อาจต้อง “ขอบคุณภูมิใจไทย” ฟ้องยิ่งชีพ เปิดทางข้อเท็จจริงฮั้ว สว.ขึ้นโต๊ะศาล

24 July 2026
8   0

22 กรกฎาคม 2569 — ประเด็นร้อน “ฮั้วเลือก สว.” กำลังเปิดแนวรบใหม่ หลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จากกรณีเปิดเผยข้อมูลและรายชื่อบุคคล 9 รายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว.

แต่เกมกฎหมายครั้งนี้อาจไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ใครหมิ่นใคร” เพราะมีมุมมองจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาว่า หากเกิดคดีขึ้นจริง กระบวนการพิจารณาของศาลอาจกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว.ถูกนำมาตรวจสอบ

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะตัดสินใจฟ้องหรือไม่ และไม่ว่าผลคดีท้ายที่สุดจะออกมาเช่นไร สิ่งสำคัญที่สังคมควรคาดหวังคือกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำพยานหลักฐานมาแสดง และให้ศาลเป็นผู้ชั่งน้ำหนักตามกฎหมาย

ในมุมของผู้ถูกกล่าวหา ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองชื่อเสียงจากข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล ขณะเดียวกัน ผู้เปิดเผยข้อมูล หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ากระทำโดยสุจริตและมีเหตุอันควรเชื่อ ก็มีประเด็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการตรวจสอบเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นายวัสจึงมองว่า หัวใจของเรื่องอาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครจะชนะคดี” แต่คือสังคมจะมีโอกาสเห็นข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย มากกว่าการต่อสู้กันผ่านเวทีแถลงข่าว

พร้อมทิ้งประโยคที่กลายเป็นประเด็นร้อนว่า “อาจต้องขอบคุณพรรคภูมิใจไทย” หากการฟ้องนายยิ่งชีพทำให้ข้อเท็จจริงในคดีฮั้วเลือก สว.มีโอกาสปรากฏต่อสังคมผ่านกระบวนการตรวจสอบของศาล หลังเรื่องดังกล่าวดำเนินมายาวนาน

ภูมิใจไทยเอาจริง “อนุทิน” ย้ำไม่ยอมความ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงเตรียมดำเนินคดีนายยิ่งชีพ โดยฝ่ายภูมิใจไทยยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่พาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล และบุคคลอื่นรวม 9 ราย ไม่มีหลักฐานรองรับและสร้างความเสียหายแก่ผู้ถูกกล่าวถึง 

ต่อมาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายอนุทินยืนยันอีกครั้งว่าได้มอบหมายให้นายศุภชัยดำเนินคดีหมิ่นประมาท พร้อมประกาศจุดยืนว่าจะ ไม่ยอมความ โดยให้เหตุผลว่าผู้กล่าวหาบุคคลอื่นต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง และยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. 

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ถูกพาดพิงเองก็มีแนวทางต่างกัน เช่น นางสุขสมรวย วันทนียกุล ระบุว่าจะรักษาสิทธิทางกฎหมายไว้ แต่ยังไม่รีบฟ้องในขณะนี้ โดยต้องการรอผลการพิจารณาของ กกต. และไม่ต้องการให้ถูกมองว่าเป็นการกดดันกระบวนการตรวจสอบ 

คดีหมิ่นอาจกลายเป็นอีกสมรภูมิของ “คดีฮั้ว สว.”

หากมีการยื่นฟ้องจริง สิ่งที่ต้องติดตามคือ ขอบเขตของประเด็นที่คู่ความจะนำเข้าสู่คดี และศาลจะอนุญาตให้สืบพยานหลักฐานในส่วนใดบ้าง ดังนั้น ยังไม่อาจสรุปล่วงหน้าได้ว่า การฟ้องหมิ่นประมาทจะทำให้หลักฐานทั้งหมดของคดีฮั้ว สว.ถูกเปิดต่อสาธารณะ เพราะขึ้นอยู่กับประเด็นแห่งคดีและดุลพินิจของศาล

แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ การประกาศฟ้องครั้งนี้ทำให้ข้อพิพาทจากสนามการเมืองกำลังเคลื่อนเข้าสู่ สนามกฎหมาย และอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญระหว่าง “สิทธิในชื่อเสียงของผู้ถูกกล่าวหา” กับ “เสรีภาพในการตรวจสอบเรื่องสาธารณะ”

จากเดิมที่ต่างฝ่ายต่างแถลงข่าวตอบโต้กัน สุดท้ายหากคดีเดินเข้าสู่ศาลจริง คำถามสำคัญจะไม่ใช่เพียง “ใครกล่าวหาใคร” แต่คือ ใครมีพยานหลักฐานอะไร และหลักฐานเหล่านั้นมีน้ำหนักเพียงใดตามกฎหมาย

ศึกนี้จึงอาจเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ความเห็นนายวัส ติงสมิตร วันที่ 22 กรกฎาคม 2569; คำแถลงฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย 21 กรกฎาคม 2569; คำให้สัมภาษณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล 22 กรกฎาคม 2569; Thai PBS; Nation TV; ไทยโพสต์ 

#วัสติงสมิตร #ยิ่งชีพอัชฌานนท์ #iLaw #ภูมิใจไทย #อนุทินชาญวีรกูล #ฮั้วสว #ฮั้วเลือกสว #เลือกสว #ฟ้องหมิ่นประมาท #กกต #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #สำนักข่าววิหคนิวส์