เชียงใหม่ – วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.37 น. รัฐบาลเปิดเผยมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับ ผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 โดยปรับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบางส่วนใน อำเภอเวียงแหง และอำเภอกัลยาณิวัฒนา เปิดทางให้ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ที่เอกชนเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถนำมาใช้ประกอบพาณิชยกรรมภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดได้
พื้นที่ที่ได้รับการปรับข้อกำหนดครอบคลุมบางส่วนของ 6 ตำบล ได้แก่ ต.เปียงหลวง ต.แสนไห และ ต.เมืองแหง ในอำเภอเวียงแหง รวมถึง ต.บ้านจันทร์ ต.แจ่มหลวง และ ต.แม่แดด ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา
จากเดิม ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ซึ่งเอกชนถือครองโดยชอบด้วยกฎหมาย อนุญาตหลักๆ ให้ใช้เพื่อเกษตรกรรม กิจการเกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรม และการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว การแก้ไขครั้งนี้จะเพิ่มช่องทางให้ ประกอบพาณิชยกรรมในลักษณะ “อาคารเดี่ยว” ได้ด้วย แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องไม่เป็นการจัดสรรที่ดิน และต้องไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่
ประเด็นนี้ต้องขีดเส้นใต้ให้ชัดว่า ไม่ได้หมายความว่า ครม.เปิดพื้นที่ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ทั้งหมดให้นำไปทำธุรกิจได้อย่างเสรี เพราะรัฐบาลระบุชัดว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้เฉพาะที่ดินที่เอกชนเป็นเจ้าของหรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น และยังต้องผ่านข้อกำหนดตามกฎหมายป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อาคาร และกฎหมายควบคุมการใช้ที่ดินที่เกี่ยวข้อง
ทำไมต้องแก้ผังเมือง?
รัฐบาลให้เหตุผลว่า กฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 ใช้มานาน ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการใช้ที่ดินเปลี่ยนไป ทำให้ข้อกำหนดบางส่วนไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โดยเฉพาะความต้องการรองรับ ธุรกิจชุมชน การบริการ และการท่องเที่ยว
พื้นที่อย่างเวียงแหงและกัลยาณิวัฒนา หากสามารถนำที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหรือถือครองอย่างถูกต้องมาพัฒนาธุรกิจขนาดเหมาะสมได้ ย่อมเปิดโอกาสต่อกิจการอย่างร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักหรือบริการที่กฎหมายอนุญาต และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว แต่แต่ละกิจการยังต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่ามติครั้งนี้ทำให้สร้างอะไรก็ได้ทันที
ย้อนขั้นตอน ไม่ใช่เพิ่งหยิบขึ้นมาเคาะทันที
การแก้ไขครั้งนี้ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการผังเมืองมาแล้ว และกรมโยธาธิการและผังเมืองเคยเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าตรวจดูข้อกำหนดและแสดงความคิดเห็นตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562
รัฐบาลระบุว่า มีการปิดประกาศรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 30 วัน ระหว่าง 4 พฤศจิกายน–6 ธันวาคม 2567 และไม่มีผู้ยื่นข้อคิดเห็นหรือคัดค้านในประเด็นที่เสนอแก้ไข ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับจนมาถึงมติ ครม.วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลยังสั่งให้กระทรวงมหาดไทยกำกับการใช้พื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะไม่ให้กระทบป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งต้องคำนึงถึง ระบบทางน้ำตามผังน้ำลุ่มน้ำปิง ห้ามการพัฒนาที่ทำให้ทางน้ำเบี่ยงเบนหรือถูกกีดขวางจนเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมหรือภัยแล้ง
ดังนั้น มติครั้งนี้จึงเป็น “การเพิ่มสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินเอกชนภายใต้ผังเมือง” มากกว่าการเปิดพื้นที่ป่าเพื่อการพาณิชย์แบบไร้ข้อจำกัด แต่ผลในระยะต่อไปน่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจชุมชน การท่องเที่ยว และมูลค่าที่ดินใน 6 ตำบลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการกำกับไม่ให้การพัฒนาเลยเส้นไปกระทบป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อม
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รัฐบาลไทย – มติปรับผังเมืองรวมเชียงใหม่ 21 กรกฎาคม 2569, สำนักข่าวอิศรา , กรมโยธาธิการและผังเมือง
#วิหคนิวส์ #เชียงใหม่ #ผังเมืองเชียงใหม่ #เวียงแหง #กัลยาณิวัฒนา #ที่ดินเชียงใหม่ #อนุรักษ์ป่าไม้ #ผังเมืองรวม #ครม #กระทรวงมหาดไทย #ธุรกิจชุมชน #ท่องเที่ยวเชียงใหม่ #อสังหาริมทรัพย์ #กรมโยธาธิการและผังเมือง

