เมื่อวันที่21 กรกฎาคม 2569
รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
ได้เล่าถึงวันวาลไว้ดังนี้
เติ้งเสี่ยวผิง ครองแผ่นดินจีนในเวลากลางวัน
เติ้งลี่จวิน ครองแผ่นดินจีนในเวลากลางคืน
แม้ว่าเติ้งลี่จวิน จะเป็นลูกของนายทหาร คณะก๊กมินตั๋ง เธอเป็นสาวไต้หวัน และเธอประกาศกลางเวทีคอนเสิร์ต ว่าบ้านของฉันอยู่ตรงข้ามภูผาใหญ่ (สาธารณรัฐประชาชนจีน)
แต่เธอก็มีความปรารถนาสูงสุดที่จะได้กลับไปร้องเพลงของเธอในภูผาใหญ่ แม้เธอจะไม่สมปรารถนา เพราะเธอมาเสียชีวิตที่่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่นี่เอง ด้วยอายุที่น้อยมาก โรคประจำตัวที่ทำให้เธอเสียชีวิตคือโรคหอบหืด
แม้ว่าจุดยืนทางการเมืองของเธอจะตรงข้ามกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่เพลงของเธอได้รับการยอมรับอย่างล้นหลามบนแผ่นดินจีน และในหมู่คนจีนโพ้นทะเลทั้งหมด
เสียงอันอ่อนหวาน ศิลปะในการร้องเพลงของเธอ ครองใจคนจีนทั่วโลก แฟนเพลงตัวยงของเธอได้แก่ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง
แน่นอนว่าเมื่อเจ้าภาพ คือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นผู้ขอเชิญให้นายกรัฐมนตรีของไทย ร้องเพลง ของเติ้งลี่จวิน
ย่อมเป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่หลายประการ
แม้เธอจะไม่ได้กลับมาร้องเพลงในภูผาใหญ่ที่เธอปรารถนามาทั้งชีวิต
เธอเสียชีวิตในแผ่นดินไทย
นายกรัฐมนตรีของไทย ตอบรับคำเชิญของภูผาใหญ่ ให้ร้องเพลงของเธอเองในภูผาใหญ่
เรื่องแบบนี้ ซ่อนนัยยะอันงดงามในทางพิธีการทูต เป็นสัญลักษณ์อันงดงาม
ถ้าหากว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่ เธอคงดีใจมิใช่น้อย
ที่ผู้นำของภูผาใหญ่ และผู้นำของไทย ร้องเพลงของเธอในภูผาใหญ่
ประเทศจีน คือ ภูผาใหญ่ และแผ่นดินบ้านเกิดของบิดาของเธอ
ประเทศไทย คือ แผ่นดินตายของเธอ
ขอความสัมพันธ์ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ สาธารณรัฐประชาชนจีน จงยั่งยืน
สำนักข่าววิหคนิวส์
