ช็อกทั้งเมือง! เพลิงมรณะโรงเบียร์ลาดพร้าว คร่า 34 ชีวิต—เยียวยาแล้ว แต่ใครต้องรับผิด
กรุงเทพมหานคร 20 กรกฎาคม 2569 — อัปเดตเวลา 17.58 น.
โศกนาฏกรรมกลางกรุงยังไม่จบ แม้เปลวไฟจะดับไปแล้ว เมื่อยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เพิ่มเป็น 34 ราย ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเริ่มจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย แต่คำถามใหญ่ยังคงอยู่—เหตุใดสถานที่ซึ่งเคยผ่านการตรวจสอบ จึงกลายเป็นกับดักมรณะได้
เหตุเกิดเวลาประมาณ 23.57 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 บริเวณห้าแยกลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ราว 00.32 น. วันที่ 13 กรกฎาคม
รายงานจากผู้รอดชีวิตระบุว่า ควันและเปลวไฟลุกลามรวดเร็ว ผู้ประสบเหตุจำนวนมากหนีไปทางด้านหลังร้านและบริเวณห้องน้ำ ทำให้เกิดความสูญเสียรุนแรง
วันที่ 20 กรกฎาคม กระทรวงยุติธรรมอนุมัติเงินช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิตล็อตแรก 31 ราย รายละ 300,000 บาท รวม 9.3 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ นักดนตรี และพนักงาน
อย่างไรก็ตาม เงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าใครต้องรับผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง
ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานยังตรวจสอบหลายประเด็น ทั้งระบบไฟฟ้า วัสดุตกแต่งหรือโฟมซับเสียงที่อาจติดไฟง่าย ตลอดจนสภาพทางออกฉุกเฉินและสิ่งกีดขวางภายในร้าน
แม้มีข้อสันนิษฐานว่าเพลิงอาจเริ่มจากบริเวณเครื่องปรับอากาศเหนือฝ้าเพดาน แต่ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีข้อยุติ จึงไม่ควรฟันธงว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทของบุคคลใด
สิ่งที่สังคมตั้งคำถามหนักคือ สถานที่ดังกล่าวเคยผ่านการตรวจเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดยพบป้ายทางออกฉุกเฉิน ไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์ดับเพลิง แต่สภาพในวันตรวจอาจแตกต่างจากช่วงเปิดบริการจริง
เหตุการณ์นี้ทำให้ภาพโศกนาฏกรรมในอดีตกลับมาอีกครั้ง ทั้งไฟไหม้ซานติก้าผับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 67 ราย และเหตุเมาน์เทนบีที่สัตหีบเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 26 ราย
ชื่อสถานที่เปลี่ยน แต่คำถามยังเหมือนเดิม—ทางหนีไฟเปิดใช้ได้จริงหรือไม่ วัสดุภายในปลอดภัยเพียงใด และการตรวจสอบเข้มงวดเฉพาะวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจหรือไม่
เงินเยียวยาอาจช่วยประคองครอบครัวผู้สูญเสีย แต่ไม่สามารถคืนทั้ง 34 ชีวิตกลับมาได้ ส่วนผู้ที่ต้องรับผิดต้องรอการสอบสวนของตำรวจ การพิจารณาของอัยการ และคำพิพากษาของศาล
แต่สิ่งที่รัฐต้องตอบให้ได้คือ เหตุใดบทเรียนจากซานติก้าและเมาน์เทนบี จึงยังไม่สามารถหยุดโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ได้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
Thai PBS News, The Active–Thai PBS, Reuters และรายงานย้อนหลังเหตุซานติก้าผับกับเมาน์เทนบี
